posted on 25 May 2008 12:43 by forbeautiful-u in Pre-Order
Pre-Order * Soft Feathers # 1
เห็นคำว่า "1" ออกมา ...
แน่นอนค่ะว่ามันคือฟิคมหากาพย์ที่มีความยาวถึง 3 เล่มจบ (หนาๆเลย)
ครั้งแรกในเมืองไทยกับฟิคแปลเกาหลี-ไทยของทงบังชินกิ!
(ฟังดูยิ่งใหญ่เน๊อ... - -“..)
ฟิคสิ้นเปลืองอันดับ 1 ซึ่งจัดทำเพื่อสนองนี้ดตัวเอง
(เพราะมันแพง ค่าฟิคต้นฉบับแพง ค่าเจรจากะคนเขียนต้นฉบับเกาหลีก็แพง)
จากการร่วมมือกันของ 2 ประเทศระหว่างไทย – เกาหลี
นักเขียนชาวเกาหลี นักวาดโดจินยุนแจชาวเกาหลี
และนักแปลฟิคชาวไทยหูตูบ!!! (จะตื่นเต้นไปไหน...???)
ในที่สุด ...มันก็ออกเล่ม 1 มาให้ครอบครองแล้วจนได้~~~~
.
ขอบคุณการตอบรับฟิดดองข้าม 2 ปีนะคะ ซึ้งใจมากๆ
ขอบคุณขิง ขอบคุณพี่ออม ขอบคุณน้องติ๊บ ขอบคุณพี่กุณ
ขอบคุณค่ะ ขอบคุณๆๆๆๆๆๆๆ
.
COVER *
BOOKMARK *
.
Detail
ผู้เขียนต้นฉบับเกาหลี : Yuna Song
ผู้แปลต้นฉบับภาษาไทย : YeoUBi + RiRiLaLa
ภาพปก : Vasil
จำนวนหน้า : 335 หน้า
กระดาษ : กระดาษถนอมสายตา ขนาด A5
ในเล่มประกอบด้วย :
- ฟิคแปลจากเกาหลีเป็นไทยเรียบร้อยแล้ว Soft Feathers ตอนที่ 0-10 ฉบับแปลใหม่
- 1 ตอนพิเศษจากเกาหลีที่มีขึ้นเฉพาะแฟนฟิคชาวไทยโดยเฉพาะและยังไม่เคยเอาไปลงที่ไหนมาก่อน
- Character Index 6 หน้าที่มาจากฝีมือการวาดอัน...ของยออูบี (โปรดเติมคำพึงประสงค์ในใจท่านด้วยตัวเอง)
ของแถม : ที่คั่นหนังสือ
ราคา : 320 บาท (สิ้นเปลืองดีแท้ แต่ก็ราคานี้นี่แหล่ะ กับความแพงในข้างต้น *ปาดเหงื่อ*)
สำหรับผู้ที่สั่งจองเข้ามาภายใน 100 คนแรกจะได้รับแผ่นรองเม้าส์นะคะ
How to order
ไตร่ตรองให้ดีว่าฟิคชั่นเรื่องนี้ควรค่าแก่การเสียตังให้กับมันมั้ย
ถ้าคิดว่าควรค่าแก่การละลายทรัพย์ให้กับมันแล้ว ... อย่าช้าค่ะ
ชำระเงินโดยการโอนเงินเข้าบัญชี
ชื่อบัญชี นางสาว สรรกมล เลียงเครือ
ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน
เลขที่บัญชี 357-222450-2 บัญชีเงินฝากออมทรัพย์
โดยให้ยอดเงินตรงกับความต้องการที่จะเสียนะคะ (อย่ากดเกินนะเน่อ)
การสั่งจองนี้เป็นการสั่งจองทางไปรษณีย์
ซึ่งจะต้องเสียค่าลงทะเบียน 30 บาท (ไม่รับการสั่งจองแบบ EMS นะคะ เปลืองเปล่าๆ - -“...)
ดังนั้น ค่าใช้จ่ายในการชำระเงินจะมากโขอยู่เหมือนกัน เป็นดังนี้ค่ะ
Soft Feathers จำนวน 1 เล่ม แบบลงทะเบียน 320+30 = 350 บาทค่ะ
Soft Feathers จำนวน 2 เล่ม แบบลงทะเบียน 320+320+30+30 = 700 บาทค่ะ
(ถ้าเป็นเพื่อนกัน แนะนำให้สั่งเล่มเดียวแล้วแชร์กันอ่านค่ะ ประหยัดๆ)
เมื่อสูญทรัพย์ในธนาคารไปกะฟิคสิ้นเปลืองเล่มนี้แล้ว
ให้ส่ง E-mail รายละเอียดการสั่งจองมาที่ yeoubi_xienqi@hotmail.com
ตั้งหัวข้อ Subject : สั่งจอง Soft Feathers 1
ภายในอีเมล์ต้องระบุ
-ชื่อ+นามสกุลจริง
-ที่อยู่ที่ใช้ได้จริงที่จะให้จัดส่งฟิค
-เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้จริง (กันเหนียว ... เพราะยออูบีอาจโทรเช็คว่าได้รับหนังสือหรือยัง)
-จำนวนเงินที่โอน (บาท)
-จำนวนฟิคที่ต้องการ (เล่ม)
-หลักฐานการโอนเงิน (หมายเลขสลิป) หรือ หมายเลขตู้ ATM ที่โอน
สำหรับระยะเวลาการจองและการชำระเงินนั้น
จอง+โอนเงินได้ตั้งแต่วันนี้ - 29 มิถุนายน 2008
จะมีการแจ้งยอดจองและรายชื่อผู้จองที่บอร์ดฟิคและที่YEOUBlog*ให้ตรวจสอบได้ภายหลังนะคะ
หลังจากที่ปิดการจอง+โอนเงินไปแล้ว
จะใช้เวลาประมาณ 1 อาทิตย์ในการจัดพิมพ์ค่ะ
และจัดส่งหนังสือทางไปรษณีย์ในวันที่ 10 กรกฎาคม 2008
เมื่อเสร็จสิ้นทุกขั้นตอนแล้ว นอนรอฟิคอยู่บ้านได้เลยค่ะ
หรือไม่ก็อ่าน Soft Feathers ในบอร์ดไปพลางๆก่อน
หากมีข้อสงสัย ... ทิ้งไว้ที่นี่ / PMมาถาม หรือทิ้งในบล็อกของยออูบีได้ค่ะ
หรือไม่ก็ MSN : yeoukimj7126@hotmail.com
edit @ 25 May 2008 12:43:42 by [YEOU-SHINGI]
posted on 25 May 2008 12:36 by forbeautiful-u in FIC-Korean
Title : Soft Feathers [Re-run]
Type : Romantic Drama
Pairing : Yoonho + Jaejoong
Rating : PG15 - NC17
Description : Long / Translated / Incomplete
07
รายงานต่อICPO
(เมล์ฉบับนี้โปรดทำลายทิ้งทันทีหลังจากรับทราบข้อมูลทั้งหมดแล้ว)
ภาพรวมของบ้านคิมมีการเคลื่อนไหวน้อยมาก เหตุเพราะนายคิมแทยังผู้เป็นประธานเครือข่ายของตระกูลคิมทั้งหมดนั้นไม่ได้กลับเข้ามาในบ้านคิมเป็นเวลาหลายสัปดาห์แล้ว บริษัทแม่ของตระกูลคิมมีที่ทำการอยู่ในเกาหลี คาดว่านายคิมแทยังอาจจะอยู่ที่เครือข่ายใดเครือข่ายหนึ่งของประเทศใดประเทศหนึ่ง
นางคิมจองฮวานภรรยาของนายคิมแทยังมีอาการของโรคประสาทอ่อนๆ (ฮิสทีเรีย) และเกิดภาพหลอนบ่อยครั้ง มักเก็บตัวเงียบอยู่ในห้องส่วนตัว แต่เมื่อราวๆสัปดาห์ก่อนนางคิมจองฮวานมีอาการทางจิตกำเริบ และได้หายตัวไปจากบ้านคิม จนกระทั่งถึง ณ เวลานี้ก็ยังไม่กลับเข้ามา รวมถึงนายคิมแทยังด้วย
บุตรชายคนเล็กคิมจุนซูกำลังศึกษาอยู่ไฮสคูล M ซึ่งเป็นปีสุดท้ายและกำลังจะเอนทรานซ์ปีนี้ ออกจากบ้านเพื่อไปร.ร.ทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 07.30-17.30 (ทางบ้านไม่อนุญาตให้กวดวิชา) และทำกิจกรรมในวันเสาร์ เวลา 07.30-12.30 โดยรวมแล้วเป็นนักเรียนธรรมดาและรู้ข้อมูลความเป็นไปของบริษัทน้อยมาก
ส่วนบุตรชายคนโต คิมยองอุง – ไม่มีข้อมูล
...แบบนี้คงโอเคแล้ว
...เขาไม่ได้ทำผิดหรอกใช่ไหม?
ยุนโฮกดปุ่ม Enter บนคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คเพื่อส่งเมล์ นั่งมองโปรแกรมส่งเมล์ที่กำลังรันไปอย่างต่อเนื่อง จะกดยกเลิกก็คงไม่ทันแล้ว ชายหนุ่มหันมองที่ประตูห้อง เมื่อครู่เขาเพิ่งส่งนายน้อยเข้านอนไป ยัยนั่นก็งอแงจะไม่นอนท่าเดียว (อีกแล้ว) และตอนนี้คงคุยอยู่กับคุณหนูเล็ก เพราะก่อนนอนนายน้อยคนสวยของบ้านนี้ได้บอกให้เขากับยูชอนออกไปนอกห้อง
...นานๆทีพี่น้องคุยกันมั่งก็ดี
.
.
...แต่ตอนนี้เขาอยากคุยกับใครสักคน... ใครก็ได้ที่ไม่ใช่ยูชอน ที่ไม่ใช่ชางมิน ที่ไม่ใช่ใคสักคนที่อยู่ในบ้านหลังนี้ เป็นไปได้ว่าเขาอาจจะคิดถึงเพื่อนที่ญี่ปุ่น นี่ก็จากมาเกือบจะเดือนกว่าแล้ว ทุกอย่างมันเกิดขึ้นรวดเร็วเกินไป ไม่ใช่ว่าตัวเขาจะรับไม่ทัน แต่คนคนนั้น...คนที่ทำให้ทุกอย่างเกิดขึ้น จะรับได้ทันไหม...? หากรู้ว่าตัวเองรู้สึกอย่างไร หากรู้ว่าสิ่งที่หัวใจบอกตลอดเวลานั่นเป็นสิ่งเดียวกันกับที่เขารู้สึกขณะนี้ คนคนนั้นจะยอมรับได้ไหม...? หรือจะปฏิเสธ...?
…‘..นายก็รู้นี่ว่ายองอุงรักฉันยังไง..’…
คนคนนั้นใช้คำว่ารักกับคนประเภทนั้น ความรักของคนคนนั้นมีแต่เรื่องที่น่าเจ็บปวดหรือหรือย่างไร? แม้แต่คนเป็นแม่หรือแม้แต่ฝาแฝดที่น่าจะรักได้มากที่สุด กลับทำให้คนที่บริสุทธิ์ขนาดนั้นไม่รู้จักคำว่ารักที่แท้จริง ไม่ได้สอนถึงวิธีการรักและการถูกรักที่ถูกต้อง ไม่ได้ให้คนคนนั้นเรียนรู้ ไม่ได้ให้คนคนนั้นรับรู้...
...น่าเศร้าเกินไปแล้ว แจจุง
ยุนโฮล็อกอินเข้าไปในคอมมิวนิตี้เมสเซ็นเจอร์ หวังจะเจอใครสักคนที่เขาพอจะคุยให้คลายความว้าวุ่นใจลงไปได้บ้าง
...ตอนอยู่ญี่ปุ่นนี่สนิทกับใครบ้างนะ...?
...สึซา...
...สึซาคุจิ
อามางาวะ สึซาคุจิ... เพื่อนผู้หญิงคนแรกและคนเดียวของเขาในญี่ปุ่นหลังจากที่เขาเข้ารับราชการตำรวจของอินเตอร์โพล ผู้หญิงคนที่เขาจะไม่มีวันรู้สึกเกินเลยไปกว่าคำว่าเพื่อน เพราะเป็นเพื่อนคนที่เคยเจ็บปวดจากคำว่ารัก เพื่อนคนที่เขาเคยเห็นน้ำตาจากความเจ็บปวดจากความรู้สึกนั่นมาแล้ว ...ว่าจะไม่นึกถึง แต่คนที่เขานึกออกก็มีเพียงสึซาเท่านั้น...
เมื่อล็อกอินเข้าไปได้ Codename ของสึซาคือ ริบบิ้นขาว ส่วนของเขาคือ อัศวินเงา ยุนโฮพบว่าไม่มีใครออนไลน์อยู่ในห้องของเขาที่ตั้งไว้ในคอมมิวนิตี้ฯเลย ขณะที่เขากำลังจะล็อกเอาท์ เสียงเตือนว่ามีผู้ออนไลน์ดังขึ้นมาจากหน้าจอ
...ริบบิ้นขาว... สึซาคุจิ โอ้เยส!!!
อัศวินเงา : หวัดดี สึซาคุจิ ^^
ริบบิ้นขาว : พี่โนวากิ?! O_o
อัศวินเงา : อื้อ ทางนั้นเป็นไงบ้าง?
ริบบิ้นขาว : สบายดีค่ะ ^^ พี่โนวากิล่ะ? ไปอยู่ทางโน้นเกือบจะสองเดือนแล้วนะ เป็นไงมั่ง?
อัศวินเงา : รวมๆก็โอเคดี เพิ่งหายป่วยน่ะ แล้วพี่ก็คิดว่าจะหาที่เรียนใหม่
ริบบิ้นขาว : นี่ไปอยู่ถาวรเลยเหรอคะ ตายแล้ว คิดถึงแย่เลย T^T
อัศวินเงา : ^^
ริบบิ้นขาว : แล้วตอนนี้พี่ทำอะไรอยู่ล่ะคะ ถึงได้ว่าจะหาที่เรียนใหม่?
อัศวินเงา : ทำงานเลี้ยงเด็กน่ะ เป็นผู้ดูแลส่วนตัวให้คุณหนู ^^
ริบบิ้นขาว : เท่ไปเลย!!! พี่โนวากิเก่งเรื่องใช้กำลังนี่นา เป็นผู้ดูแลให้ใครเหรอคะ? แล้วเด็กคนนั้นน่ารักมั้ย?
อัศวินเงา : น่ารักสิ เป็นเด็กน่ารักมากๆเหมือนเจ้าหญิงน้อยเลย แต่ดื้อชะมัดเลยแหล่ะ ถ้าว่าง่ายเหมือนสึซาก็คงดีอยู่หรอก - -...
ริบบิ้นขาว : แสดงว่าน่ารักมากจริงๆ ชื่ออะไรเหรอคะ?
อัศวินเงา : ฮินะ...ฮินาตะ เป็นไง ชื่อสวยมั้ย?
ริบบิ้นขาว : ชักอยากเห็นหน้าแล้วสิ ต้องน่ารักมากๆแล้วก็สวยมากๆแน่ๆ ชื่อฮินาตะซะด้วย พี่โนวากิหลงรักฮินะจังแล้วสิใช่มั้ย^^?
อัศวินเงา : เฮ้ย - -“
ริบบิ้นขาว : อ้าว ล้อเล่นนะคะ
อัศวินเงา : เปล่า พี่คิดว่าพี่คงจะหลงรักเขาจริงๆนั่นแหล่ะ
ริบบิ้นขาว : O_o จริงอ้ะ ฉันตั้งใจจะล้อพี่เล่นนะ
อัศวินเงา : พี่นึกว่าเธอพูดจริง - -…
ริบบิ้นขาว : พี่รักฮินะจังจริงๆเหรอ?
อัศวินเงา : จริง
ริบบิ้นขาว : ไหงงั้น??? หลงรักเจ้านายตัวเองเนี่ยนะคะ??? นี่ไม่ใช่หนังสือการ์ตูนนะคะพี่
อัศวินเงา : จริงสิ มันแตกต่างจากตอนที่พวกเราๆเคยมีความรักกันเลยนะ มันเหมือนเป็นเรื่องแปลกใหม่ เป็นความรู้สึกแปลกใหม่มากๆ
ริบบิ้นขาว : ทำไมเหรอคะ? - -…
อัศวินเงา : คนคนนั้นไม่รู้จักคำว่ารักจริงๆหรอก ความรู้สึกตัวเองก็ไม่รู้จัก ใสบริสุทธิ์ยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด
ริบบิ้นขาว : พี่โนวากิรู้ตัวเมื่อไหร่?
อัศวินเงา : ไม่กี่วันก่อน
ริบบิ้นขาว : แล้วฮินะจังล่ะ?!
อัศวินเงา : ยังไม่รู้หรอก เขากำลังสับสนเกี่ยวกับความรู้สึกตัวเอง สับสนว่าสิ่งที่พี่ทำมันเป็นความรักหรือการลงโทษ
ริบบิ้นขาว : พี่ไปทำอะไรฮินะจังเนี่ย? งงไปหมดแล้ว @-@
อัศวินเงา : ก็อย่างที่บอกว่าเขาใสซื่อแต่เป็นเด็กดื้อชะมัด พี่เลยหาทางลงโทษเขา แล้ววิธีลงโทษของพี่มันก็นะ
ริบบิ้นขาว : ยังไงล่ะคะ?
อัศวินเงา : ก็จูบเอยอะไรเอย พี่น่ะไม่คิดอะไรหรอก แต่ที่เขาพูดว่าพี่ทำให้เขาสับสน มันทำให้พี่รู้ว่าที่พี่ทำน่ะ พี่กำลังหลงรักเขา
ริบบิ้นขาว : ลามกชะมัดเลย แสดงว่าคงน่ารักมากจนอดใจไม่ไหวล่ะสิ แล้วฮินะจังเค้าว่ายังไง?
อัศวินเงา : เขาไม่รู้จักความรักที่ถูกต้องนักหรอก ความรักในความเข้าใจของเขาคือความเจ็บปวดรุนแรง แล้วเข้าใจว่าการลงโทษคือการที่ทำให้เจ็บไปทั้งร่ายกาย เขาบอกว่าการลงโทษของพี่ทำให้เขาสับสน ทำให้เขาเจ็บในหัวใจ ซึ่งพี่ก็รู้สึกอย่างนั้นเหมือนกัน เขาบอกพี่ว่าเขาไม่เคยรู้จักความรู้สึกแบบนั้น แต่พี่ว่าพี่กำลังจะรู้จักมันเพราะเขานี่ล่ะ
ริบบิ้นขาว : งั้นก็แสดงว่าพี่โนวากิรักฮินะจัง แล้วฮินะจังก็รักพี่โนวากิเหมือนกัน เพียงแต่ฮินะจังไม่รู้ตัวเพราะไม่รู้จักความรู้สึกแบบนั้น?
อัศวินเงา : ประมาณนั้น
ริบบิ้นขาว : หวาย... น่าเศร้าเกินไปแล้ว พี่โนวากิ พี่ต้องพูดให้เขารู้นะคะ
อัศวินเงา : พี่ก็กะจะทำอย่างนั้น แต่พี่กลัวเขาจะรับไม่ได้ เพราะเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยรู้
ริบบิ้นขาว : อ๋า ทำไมล่ะ?
อัศวินเงา : ก็เพราะเขายังไม่ลืมคนเก่าของเขาที่ทำให้เขาเข้าใจว่าความรักคือความรุนแรงยังไงล่ะ
*
...คืนนี้พี่ขอให้เขานอนเป็นเพื่อนด้วย
...ดีใจนะ แต่ว่า...
...คนมันไม่เคยนอนกับพี่อ่ะ
...ใครจะไปหลับลง
“จุนซู หลับหรือยัง?”
“ยังฮะ” จุนซูตอบเสียงเบา ไม่กล้าหันไปหาคนที่นอนข้างๆเขา ทั้งที่ห้องนอนของพี่ชายเขาเดินเข้าออกมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน เท่าที่นึกออก... ตั้งแต่จำความได้... เขาไม่เคยนอนกับพี่เลย แม้แต่การนอนเล่น ดังนั้นคืนนี้จึงอึดอัดไม่น้อย จุนซูนอนไม่หลับ เขาคิดว่าพี่คงมีเรื่องพูดกับเขา ไม่งั้นก็คงไม่ขอให้เขามานอนด้วยหรอก
“จุนซู”
“ฮะ?”
“นายจำเรื่องของพี่กับยองอุงได้หรือเปล่า?”
“จำได้สิฮะ”
...เรื่องน่าเจ็บปวดของพี่ ใครจะไปลืมลงล่ะครับ
“จำได้ไหม? ตอนนั้นที่นายอายุสัก 4 ขวบ นายอยากเล่นกับพี่ แต่แล้วยองอุงก็เข้ามาผลักนายจนล้ม ตอนนั้นน่ะหน้านายดูไม่ได้เลย” จุนซูหันไปหาเจ้าของเสียงที่นอนหัวเราะคิกๆ อาจจะเนื่องจากนึกถึงภาพเมื่อก่อนย้อนขึ้นมา
“ก็ผมเล่นกับพี่อยู่ดีๆ อยู่ๆพี่ยองอุงก็เข้ามาห้ามไม่ให้ผมเล่นกับพี่ หนำซ้ำยังผลักผมอีก ผมยังเด็กอยู่นะ สภาพตอนร้องไห้จะดูได้ที่ไหนเล่า”
“แล้วตอนที่นายกับยองอุงแข่งกันบอกรักพี่ล่ะ พี่ยังจำได้นะ นายไม่ยอมจนถึงขนาดร้องไห้เลย”
“พอแล้วฮะ เรื่องพวกนั้นใครให้จำกันเล่า พี่นี่... เรื่องผมที่น่ารักๆพี่ดันไม่จำ จำแต่ตอนคนเค้าร้องไห้เนี่ยนะ...? พี่อ้ะ...”
“ขอโทษๆ แต่พี่ไม่เข้าใจว่าตอนนั้นทำไมพวกนายต้องแข่งกันด้วย คำๆนั้นมันสำคัญตรงไหนกัน?”
“สำคัญสิฮะ” จุนซูตอบเสียงค่อย ก่อนว่าต่อ “สำคัญมาก เพราะเป็นคำที่ยืนยันความผูกพันของคนสองคน เป็นคำที่ยืนยันความสำคัญของคนคนหนึ่งต่อคนอีกคนหนึ่ง”
“พี่เป็นคนสำคัญของนายเหรอ?”
“สำคัญฮะ สำคัญมาก พี่เป็นพี่ผม ผมก็เลยรักพี่ เพราะพี่น่ารัก ผมก็เลยรักพี่ รักพี่ในฐานะที่พี่เป็นพี่ของผม ความสำคัญที่พี่มีต่อผมคือพี่เป็นพี่คนสำคัญและน่ารักที่สุดของผม” แม้ไฟจะปิดไปแล้วแต่เขาก็ดูออกว่าพี่กำลังเขิน จากการสังเกตว่าพี่ของเขาเริ่มมุดลงไปให้ผ้าห่มอย่างไม่พูดไม่จาอะไร
“แล้ว... นายคิดว่ายองอุงรักพี่หรือเปล่า? พี่สำคัญสำหรับเขาหรือเปล่า?” ถ้าพี่กำลังมองเขาอยู่จะต้องรู้แน่ๆว่าหน้าเขาหมองลงอย่างเห็นได้ชัด คำถามที่ชวนให้เจ็บในอก จุนซูไม่อยากนึกถึงเหตุผลของคนแบบนั้นเท่าไหร่
...คนคนนั้นไม่มีทางรักพี่ได้หรอกฮะ พี่แจจุง ถ้าคนคนนั้นรักพี่ เค้าต้องอ่อนโยนกับพี่ ต้องอ่อนโยน อบอุ่น ใจดี ต้องเหมือนกับคุณยุนโฮ
“... ...รักครับ รักอยู่แล้วล่ะฮะ ก็พวกเราเป็นพี่น้องกันนี่ ถ้าไม่รักกันแล้วจะไปรักใครที่ไหน?” จุนซูตัดสินใจใช้ความรู้สึกของเขาแทน คนเป็นพี่เงียบไปก่อนถามขึ้นมาใหม่
“...แล้วความรู้สึกรักมันเป็นยังไงเหรอ?” จุนซูเบ้หน้าในความมืด
...โดนถามแปลกๆแบบนี้ก็ตอบลำบากเหมือนกันนะ
จุนซูเพิ่งเข้าใจเดี๋ยวนี้เองว่าตลอดมานั้นพี่ของเขาไม่เคยเข้าใจถึงคำว่ารักเลย ไม่เคยรู้สึกถึง ไม่เคยตีความหมายมันถูก คิดว่าความรักนั้นคือพี่ของเขาอีกคนที่ตายไปแล้ว คิดว่าความรักนั้นคือยองอุง คิดว่าความรักนั้นคือความเจ็บปวดที่ยองอุงได้มอบให้เอาไว้ก่อนตาย
“...อยู่ๆพี่ถามอะไรแบบนี้ทำไมล่ะฮะ?”
“ก็...เคยอ่านในหนังสือนิทานมา เจ้าหญิงเจอกับอัศวินในงานเลี้ยงแล้วต่างฝ่ายต่างก็ใจเต้นตึกตัก แล้วตอนจบเจ้าหญิงกับอัศวินรักกันแล้วอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข พี่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเจ้าหญิงกับอัศวินถึงรักกัน...? แล้วสิ่งที่เรียกว่าความรักมันเป็นยังไง...? ทำไมถึงรู้สึกแบบนั้นได้...? แล้ว...พี่ไม่เห็นจะเข้าใจเลยว่าไอ้การเอาปากมาชนกันเนี่ยมันคือความรัก”
...อะไรของเค้าเนี่ย...???
คนพูดยังคงเอาตัวมุดอยู่ใต้ผ้าห่ม คนเป็นน้องชายลุกขึ้นนั่งแล้วมองไปทางพี่ชายอย่างงงๆ
“ทำไมจะไม่ใช่ล่ะครับ? เพราะความรักถึงต้องจูบกันเป็นเรื่องธรรมดา...?”
“พี่ว่าไม่ใช่” ถึงคราวคนเป็นพี่ดันตัวลุกขึ้นนั่งบ้าง แสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาในห้องทำให้พอมองเห็นว่าพี่ของเขาหน้าขึ้นสีเรื่อๆอยู่ไม่น้อย
“ทำไมล่ะครับ???”
“ก็... ยุนโฮบอกว่ามันเป็นการลงโทษ”
...ห๊ะ???
...เกี่ยวอะไรกับคุณยุนโฮ???
“ลงโทษ? คุณยุนโฮบอกว่าอย่างนั้นเหรอฮะ???” จุนซูทวนคำเสียงสูง แจจุงก้มหน้างุดแล้วคว้าเอาหมอนมากอดไว้แล้วพยักหน้าหงึกๆ
“ก็... บ้าที่สุดเลยจุนซู ก็... ก็เวลาที่พี่ดื้อกับเขา เขาจะลงโทษพี่แบบนั้นนี่ เจ็บจะตาย เจ็บมากๆด้วย”
คิ้วจุนซูขมวดเข้าหากันแน่น ...วิธีการลงโทษโลกไหนเค้าจูบกัน? บ้าเปล่า...?! ที่ว่าบ้าน่ะไม่ใช่พี่ของเขา แต่เขาเอ่ยคาดโทษไปถึงคนที่ลงโทษพี่ของเขาด้วยการจูบ หนำซ้ำพี่ของเขายังบอกว่าเจ็บอีกต่างหาก นี่จูบหรือกัดปากกันแน่พี่ชายถึงได้บอกว่าเจ็บ???
“เจ็บ?”
“อื้อ เจ็บ”
“ตรงไหน?” คนเป็นน้องชายถามเสียงสูงพลางมองสำรวจใบหน้าสวยๆนั่นในความมืด
“…ตรงนี้” ว่าพลางจิ้มอกตัวเอง “มันเต้นแรงตอนที่เห็นหน้ายุนโฮในแต่ละเช้า แล้วแรงขึ้นตอนได้ยินเสียง แรงกว่านั้นตอนยุนโฮเข้าใกล้ เจ็บแปลบๆตอนที่ยุนโฮแตะตัว เจ็บจี๊ดตอนที่หอมแก้มลงโทษ เจ็บมากๆตอนที่ปากชนกัน เจ็บจนหายใจไม่ออก เหมือนหัวใจมันจะล้นออกมา ...พี่ว่าพี่ต้องป่วยแน่ๆ ยุนโฮก็เป็นเหมือนกัน เขาก็เจ็บ เขาบอกว่าพี่กับเขาป่วยเป็นโรคร้ายแรง...”
จุนซูฟังแจจุงบรรยายอาการด้วยความรู้สึกร้อนๆที่หน้า น้องชายทำสีหน้าปุเลี่ยนๆอย่างคิดว่าให้ตายยังไงพี่คงมองไม่เห็นว่าหน้าเขาเป็นยังไง
“ตกลงมันคืออะไรกันแน่เหรอจุนซู?”
“เอ่อ...” รู้สึกน้ำลายมันเหนียวคอชะมัด “...พี่ครับ พี่คงป่วยอย่างที่เขาว่านั่นแหล่ะ”
“เอ๋???”
“ให้เขารักษาให้เถอะครับ ผมเองก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไง” คนเป็นน้องชายล้มตัวลงนอนหนีพี่ชายแทบในทันทีที่จบประโยค ทิ้งให้พี่ชายนั่งค้างเติ่งกับความสงสัยของตัวเองไม่จบไม่สิ้น
“อ๊า... จุนซู อย่าเพิ่งนอนสิ ตอบพี่มาก่อนว่าความรักมันคืออะไร เดี๋ยว จุนซู จุนซู!”
“พี่ก็ถามคุณยุนโฮเอาสิครับ คนคนนั้นน่ะรู้ทุกอย่างดีที่สุดอยู่แล้ว”
...คุณยุนโฮ ช่วยปรับปรุงมุขจีบชาวบ้านเขาด้วยนะครับ
...มุขป่วยโรครักน่ะเขาไม่ใช้กันแล้ว
...ใช้ได้เฉพาะกับพี่แจจุงที่ไม่รู้จักโลกภายนอกเท่านั้นน่ะแหล่ะ
...อย่าเอาไปใช้กับคนอื่นเชียวล่ะ อายเขาตายเลย
ตอนนี้จุนซูรู้เพียงแค่ว่า พี่ชายของเขา...คิมแจจุง อายุ 19 ปี กำลังมีความรักครั้งแรกกับผู้ดูแลส่วนตัวของตัวเองที่ชื่อว่าชองยุนโฮ ...เพียงแต่เขาบอกพี่ไม่ได้ คนที่จะบอกกับพี่ของเขาดีที่สุดก็คือชองยุนโฮ ...ดีใจเป็นบ้าเลยที่พี่เขารู้จักความรัก ถึงจะดูแปลกๆไปสักนิดแต่ก็ยังดูน่ารักสำหรับเขาอยู่ดี พี่แจจุงน่ารักเสมอ
.
.
...แต่ตอนนี้
...ยิ่งกว่าดีใจหรือชมพี่ว่าน่ารัก
...คือการแกล้งนอนหลับไปโดยปล่อยพี่แจจุงเอาไว้ไม่ให้พี่แจจุงรู้
*
“วันนี้ขาสวยเชียวนะครับ ดูเหมือนจะไม่บวมแล้วด้วย หายเร็วแบบนี้ผมค่อยดีใจหน่อยครับ”
ชางมินเอ่ยชมเจ้าของขาที่นั่งยิ้มแป้นพลางทายาให้ทั่วขาเรียวคู่นั้น เด็กหนุ่มยิ้มตอบคนสวยแล้วรีบหุบยิ้มลงไปทายาเมื่อรุ่นพี่หมีที่นั่งอยู่ข้างๆส่งยิ้มกลับมาให้ อาการของแจจุงดีขึ้นตั้งแต่เมื่อวาน ดูจากขาที่ไม่บวมจนเจ็บแล้วและรอยแผลที่หลังที่ค่อยๆสมานตัวกันจนสนิท เป็นเพราะเจ้าตัวทำตัวว่าง่ายด้วย ให้กินยาก็กิน ให้ทายาก็ทา ชางมินนึกขอบคุณที่นายท่านของบ้านนี้ได้กำหนดมาให้รุ่นพี่หมีตัวใหญ่ของเขาเป็นคนดูแลนายน้อยคนสวยคนนี้ ...เขาเกรงว่าถ้าเกิดว่าเป็นเขาเองหรือรุ่นพี่พัคยูชอนได้หน้าที่นี้ไปแล้วจะสามารถรับมือความดื้อของนายน้อยคนนี้ได้หรือเปล่า เพราะดูเหมือนว่าจะมีเพียงยุนโฮเท่านั้นที่รับมือกับคนคนนี้ได้
“ดูเหมือนว่าขานี่ยังมีความรู้สึกอยู่นะครับ” ชางมินจับขาแจจุงยกขึ้นๆลงๆก่อนจะบีบเข้าที่น่องให้เจ้าของเบ้หน้าเล่น แจจุงทำปากยื่นเหมือนงอนนิดๆเมื่อเด็กหนุ่มปล่อยมือออกแล้วกลับไปทายาให้เหมือนเดิม
“ก็ต้องมีสิ ฉันไม่ได้เป็นอัมพาตนะ”
“ถ้าอย่างนั้นทำไมถึงขยับไม่ได้ล่ะครับ?” เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมาเชิงถาม ชางมินสบตากับนายน้อยโดยไม่ได้ตั้งใจ สีหน้าของแจจุงดูเจื่อนลงไปเล็กน้อยก่อนตอบกลับมาเสียงเรียบ
“...ไม่รู้สิ” ...ไม่ใช่ว่ามีอะไรฝังใจกับขานี่ หรือมีอดีตเลวร้ายอะไรที่เป็นสาเหตุที่ทำให้ขาทั้งสองข้างขยับไม่ได้ ความว่างเปล่าในดวงตาตอนที่กำลังจะตอบเขาเป็นคำตอบให้ชางมินอย่างดี คนคนนี้คงไม่รู้สาเหตุจริงๆ เด็กหนุ่มรู้สึกโล่งใจที่คำถามของเขาไม่ได้ไปสร้างบาดแผลอะไรในใจเพิ่มเติม
ยุนโฮจัดการช่วยชางมินพันผ้าพันแผลที่ขาให้และเปลี่ยนผ้าพันแผลที่หลัง รอยยิ้มน่ารักกลับมาสู่ใบหน้าหวานอีกครั้งเมื่อรู้สึกจั๊กจี้ เสียงหัวเราะคิกคักแสนน่ารักทำให้ทั้งยุนโฮและชางมินยิ้มตาม ยุนโฮลูบแนวผ้าพันแผลที่หลังเบาๆ หยิบเสื้อให้แจจุงใส่ก่อนว่าขึ้น
“เอ่อ... วันนี้ช่วยทำตัวว่าง่ายกับชางมินด้วยนะครับ”
“เอ๋?” เสียงที่ฟังดูแล้วบ่งบอกถึงความรู้สึกขัดใจมาพร้อมกับใบหน้าสงสัยที่หันกลับมาถาม ยุนโฮนึกแล้วว่าต้องได้ยินอะไรแบบนี้
“ผมจะออกไปข้างนอกกับยูชอนหน่อยนะครับ แล้วผมจะรีบกลับ”
“ไปไหนอ้ะ??”
“ไปซื้อหนังสือครับ”
“ก็ฝากซื้ออย่างคราวก่อนก็ได้นี่นา” ...ชายหนุ่มนึกย้อนไปถึงแผนการตอแหลแบบช่วยไม่ได้เมื่อคราวโน้น ทำให้เขาต้องแกล้งยกหนังสือไปกลับห้องยูชอนตั้ง 2 รอบ
ยุนโฮยิ้มขำกับหน้าประหลาดๆที่บ่งบอกถึงความขัดใจอย่างไม่ปิดบังของคนตรงหน้า ฝ่ามืออุ่นหนายกขึ้นลูบผมสีดำสนิทของแจจุงเบาๆ
“นะครับ ช่วยอยู่กับชางมินวันหนึ่งนะ แล้วผมจะซื้ออะไรมาฝาก อยากได้อะไรหรือเปล่า?”
“ไม่เอาอ้ะ ยุนโฮ... อย่าไปเลยนะ” เสียงหวานเอ่ยอ้อนอย่างมั่นใจว่าคนตัวโตต้องยอมเขาแน่ๆ ชางมินที่มองอยู่ยิ้มกว้างให้ชายหนุ่ม ผิดกับนายน้อยแสนอ้อนที่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้อยู่รอมร่อ ...จริงๆแล้วเขาก็ไม่ได้อยากออกไปนักหรอก เพียงแต่ว่าหลังจากที่ได้คุยกับสึซาเมื่อคืนนี้ทำให้ได้ความคิดบางอย่างขึ้น
“อย่างอแงสิครับ ผมไปไม่นานหรอก”
“...”
“สัญญาครับว่าจะรีบกลับ แล้วมีของฝากด้วย” ชายหนุ่มว่าพลางยกมือขึ้นมาเกี่ยวก้อยสัญญาพร้อมกับคลี่ยิ้มบาง แววตาตัดพ้อของคนตรงหน้าทำให้รู้สึกอยากเอ็นดูอย่างประหลาด
“…ไม่นานแน่นะ?”
“ครับ” แจจุงพยายามยิ้มให้ยุนโฮสบายใจก่อนเอ่ยเสียงอ้อน
“....งั้น.... กลับมาเร็วๆนะ ฉันกับชางมินจะคอย”
“ครับ”
...อยากหอมแก้มชะมัด
...แต่ก็ทำได้เพียงแค่คิดเพราะชางมินนั้นยังอยู่ในห้องด้วย เด็กหนุ่มกระแอมดังๆเรียกสติของชายหนุ่มกลับมาแทนหน้าหื่นๆที่ฉายอยู่บนใบหน้า ยุนโฮที่ตรวจเช็คผ้าพันแผลเสร็จเรียบร้อยลุกขึ้นลูบหัวนายน้อยเบาๆก่อนจะก้าวออกไปจากห้อง
ทันทีที่ประตูห้องปิดลง หน้าตานายน้อยดูเหงาลงตามอย่างเห็นได้ชัด มือเล็กจิ้มเขี่ยผ้าห่มบนที่นอนอย่างไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี เหมือนกับว่าพอยุนโฮไม่อยู่แล้วก็หมดเรื่องที่อยากจะทำไปเลยผิดกับตอนแรกๆที่เป็นฝ่ายออกปากไล่ให้รุ่นพี่หมีคนนั้นไปไกลๆสายตา ...ชางมินยิ่งคิดก็ยิ่งขำ เด็กหนุ่มรีบเก็บอุปกรณ์ทำแผลแล้วรีบไปอยู่เป็นเพื่อนคนขี้เหงาก่อนที่จะเหงามากไปกว่านี้
“เขาไปไม่นานหรอกครับ สบายใจเถอะ”
“...อืม...” ปฏิกิริยาตอบกลับน้อยเหมือนเมื่อตอนที่รุ่นพี่หมีคนนั้นไม่สบายไม่มีผิด วันนั้นเจ้าตัวนั่งหน้าจ๋อยทั้งวันไม่ส่งเสียงแจ๋วๆก่อกวนใครบางคนเหมือนเคย พอไม่มีใครมานั่งคอยต่อปากต่อคำด้วยก็นั่งเงียบ แต่พอเห็นหน้าหมีๆของรุ่นพี่คนนั้นอยู่ไวๆเท่านั้นนั่นล่ะ หน้าจ๋อยๆก็เปลี่ยนเป็นยิ้มแป้น ปากที่หุบปิดสนิทอย่างสงบเงียบเรียบร้อยถึงเปิดได้ จ้องหน้ามองตากันได้อย่างไม่รู้สึกขัดเขิน
...มันเป็นแบบนันตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอ?
ชางมินแอบน้อยใจนิดๆที่นายน้อยเวลาอยู่กับเขาดูเหงาๆมากกว่าอยู่กับยุนโฮ ...อยู่กับคนคนนั้นดูสดใสน่ารักน่าเอ็นดู แต่ทำไมพออยู่กับคนคนนี้ถึงได้ดูเศร้าจัง...?
...หรือว่า
“คุณยอง... ไม่สิ คุณแจจุงชอบผมหรือเปล่า?”
“เอ๊ะ...???” อยู่ๆเด็กหนุ่มก็ยิงคำถามประหลาดๆใส่แถมเรียกชื่อตรงๆอีก ทำเอาคนที่กำลังนั่งปล่อยเหม่อถึงกับทำหน้าไม่ถูก แจจุงมองหน้าคนถามซื่อๆ ไม่รู้จะตอบว่าอะไรดีจึงตอบไปตามที่ตัวเองคิด ใบหน้าบ่งบอกถึงความไม่รู้เรื่องถึงเจตนาของชางมิน
“ก็ชอบนะ ชางมินใจดีจะตาย ฉันต้องชอบอยู่แล้วล่ะ”
“แล้ว... คุณยูชอนล่ะครับ?”
“ก็ชอบ... ยูชอนก็ดูเป็นคนดี แล้วเขาก็ยังคอยดูแลจุนซูด้วย ฉันก็ต้องชอบเขาอยู่แล้ว”
คำตอบพาซื่อของเจ้านายทำเอาชางมินนิ่งไปนิดหนึ่งก่อนจะคลี่ยิ้มขึ้นมาใหม่ เด็กหนุ่มลุกขึ้นไปหยิบเก้าอี้ที่โต๊ะเขียนหนังสือมานั่งลงข้างหน้านายน้อยโดยรอยยิ้มยังไม่จางไปจากใบหน้า แจจุงที่ตอนนี้มีสีหน้าไร้ดียงสา บวกด้วยการเอียงคอตอนตอบคำถามที่บ่งบอกถึงการงุนงงเล็กน้อย และครุ่นคิดหาคำตอบอย่างไม่นานนัก ช่างใสบริสุทธิ์เสียจนชางมินอดยิ้มกว้างไม่ได้ก่อนถามต่อ
“แล้ว ...คุณยุนโฮล่ะครับ ชอบเขาไหม?”
“...!” แจจุงนิ่งไป หน้าเริ่มขึ้นสีจางก่อนเบือนหน้าหลบชางมินไป “ไม่...”
“อ้าว ทำไมล่ะครับ?”
“ก็... ไม่ก็คือไม่”
“ทำไมถึงไม่ล่ะครับ?? คุณยุนโฮก็ออกจะใจดีแล้วก็เป็นคนดีขนาดนั้น ถ้าชอบผม ชอบคุณยูชอน แล้วทำไมคุณยุนโฮคุณถึงไม่ชอบล่ะครับ?”
“ก็... ยุนโฮขี้แกล้งนี่นา” ว่าแล้วหน้าก็เรื่อสีแดงขึ้นอย่างที่ชางมินคิดหาสาเหตุไว้ก่อนหน้านี้แล้ว คงเป็นการแกล้งที่เป็นลักษณะเฉพาะของหมีหื่นนั่น
...กรุณาปรับปรุงมุขลอบแต๊ะอั๋งชาวบ้านซะด้วยนะครับคุณยุนโฮ
...ใช้มุขซ้ำๆกันบ่อยๆนี่ไม่ไหวเหมือนกันนะ
...อย่าเอาไปใช้กับคนอื่นเขียวล่ะ อายเค้าตายเลย
นายน้อยไม่ต้องพูดว่าโดนแกล้งอะไรเขาก็พอเดาได้ เนื่องจากนึกไปถึงภาพบนเตียงเมื่อวันก่อน แล้วก็อะไรหลายๆอย่างในวันก่อนหน้าโน้นอีกหลายๆวันอีก ...รุ่นพี่หมีหื่นคนนั้นไม่มีอย่างอื่นทำหรือยังไงกัน? นอกจากจะหลอกแต๊ะอั๋งนายน้อยคนสวยคนนี้ไปวันๆเนี่ย...
“แล้วแกล้งแรงนักเหรอไงครับถึงได้ไม่ชอบเขา? คุณยุนโฮได้ยินเข้าเสียใจตายเลย” ชางมินแกล้งถามเย้าให้ใบหน้าสวยๆนั่นเรื่อสีขึ้นเรื่อยๆ
“ก็ เขาชอบทำให้ฉันเจ็บนี่”
“ทีคุณยองอุงก็ทำให้คุณเจ็บคุณยังชอบเขาเลยนี่ครับ” แจจุงเริ่มเข้าใจแล้วว่าชางมินก็เป็นอีกคนหนึ่งที่รู้เรื่องนี้ เจ้าตัวเลี่ยงไม่ได้จึงยอมตอบไปตามตรง
“นั่นมันไม่เหมือนกัน ฉันยอมให้ยองอุงทำให้ฉันเจ็บ แต่ฉันไม่ได้ยอมให้ยุนโฮทำให้ฉันเจ็บ อีกอย่าง...ถึงฉันจะยอมให้เจ้านั่นทำให้ฉันเจ็บ ก็ไม่ได้หมายความว่าให้ทำให้เจ็บไปถึงข้างในนี่นี่นา” เจ้านายตัวน้อยว่าพลางลูบอกตัวเองเบาๆ หน้าขึ้นสีจัด ชางมินที่กำลังสนุกว่าคำถามต่อ
“เจ็บเหรอครับ?”
“ยังไงก็ไม่รู้นะ มันเป็นบ่อยมากๆเลยล่ะ ทุกครั้งที่อยู่กับเจ้านั่นหัวใจมันจะเต้นไม่เป็นส่ำทุกที ฉันไม่เข้าใจนักหรอกว่าฉันเป็นอะไร ชางมิน...นายพอจะรู้อะไรบ้างไหม?” ชางมินนิ่งไปก่อนหัวเราะก๊ากออกมาออกมาจนแจจุงสะดุ้ง ...นี่เป็นข่าวใหม่สุดยอดเลยนะเนี่ย... เด็กหนุ่มยังคงนั่งหัวเราะอย่างหยุดไม่ได้จนคนตัวเล็กรู้สึกกังวลเล็กน้อย ชางมินพยายามสูดหายใจเข้าลึกๆเพื่อหยุดการหัวเราะแล้วเลื่อนมือแตะทับมือเล็ก ตีสีหน้าจริงจังให้ดูน่าเชื่อถือเหมือนเดิม
“ผมรู้ครับ”
“รู้อะไร?”
“รู้ว่าคุณกำลังรู้สึก”
“รู้สึก?”
“คุณชอบคุณยุนโฮ ไม่สิ... ไม่ใช่แค่ชอบ... คุณรักเขา คุณกำลังหลงรักคุณยุนโฮอยู่น่ะสิครับ หลงรักอย่างแรงเลยด้วย ไม่อย่างนั้นคุณจะใจเต้นทำไมเวลาอยู่ใกล้เขา” ชางมินพูดเหมือนกำลังเฉลยสูตรเกมที่เพิ่งเคลียร์ได้ให้เพื่อนฟัง ใบหน้าตื่นเต้นๆของเด็กหนุ่มทำให้นายน้อยขมวดคิ้วมุ่นแล้วเอ่ยถาม
“แล้ว... รัก... มันคืออะไรกันเหรอ?” ชางมินนิ่งอีกครั้ง...ไม่นึกว่าจะเจอคำถามแบบนี้ คลี่ยิ้มบางแล้วตอบอย่างนุ่มนวลที่สุด
“เอาอย่างนี้ดีกว่า... คุณรู้สึกยังไงกับคุณยุนโฮ...? หลับตาครับ ส่งความรู้สึกนั้นผ่านมือผม แล้วค่อยๆพูดออกมานะครับ”
จิตวิทยาง่ายๆสำหรับนักเรียนแพทย์ทุกคน ชางมินมีความสามารถในการใช้จิตวิทยาส่วนตัวอ่านใจคนจากสีหน้าและการกระทำ จึงไม่แปลกที่เขามักจะอ่อนโยนและยิ้มแย้มตลอดเวลา เพื่อทำให้อ่านคนได้ง่ายขึ้น และมองคนได้ทะลุปรุโปร่ง ทักษะนี้มาจากงานอดิเรกของเขาเอง ความที่เขาของสังเกตท่าทางและสีหน้าของผู้คน ...แจจุงที่กำลังจะทำบททดสอบจิตวิทยาอย่างง่ายก็หลับตาลงตามที่ชางมินบอกอย่างง่ายดาย
“หายใจลึกๆครับ... ทำตัวสบายๆ ค่อยๆพูดออกมา”
...เด็กหนุ่มถือโอกาสนี้พิจารณา คิมแจจุงเป็นคนสวยขนาดที่เทียบกับผู้หญิงแล้วยังสวยยิ่งกว่า สวยตั้งแต่หน้าตาไปจนถึงจิตใจที่ใสสะอาด บริสุทธิ์เกินกว่าจะให้รู้จักโลกภายนอกรั้วบ้านคิมที่โหดร้าย สังคมที่โสมมอันตรายอย่างยิ่งสำหรับคนคนนี้
...น่าอิจฉาคุณยุนโฮ
“คุณค่อยๆนึกว่าความรู้สึกของคุณที่มีตอ่คุณยุนโฮน่ะเป็นยังไง แตกต่างจากคนอื่นยังไง ความรู้สึกไหนที่คุณรู้สึกผิดไปจากชีวิตประจำวันของคุณบ้าง ...ค่อยเล่าออกมาให้ผมฟังนะครับ”
“ฉัน...” ปากสวยๆเริ่มขยับตอบ ใบหน้าเรื่อสีชมพูจางๆดูน่ารัก ชางมินขยับตัวเข้าไปใกล้เพื่อจะได้ฟังถนัดขึ้น
“ครับ ว่ามาเลยครับ”
“ฉันไม่รู้หรอกว่าฉันรู้สึกกับยุนโฮยังไงกันแน่ ยุนโฮอบอุ่น อบอุ่นมาก ตั้งแต่วันแรกที่พบกัน ยุนโฮเหมือนแสงอาทิตย์ อบอุ่น แล้วก็อ่อนโยนมากๆ เพียงแค่เขามองฉัน ฉันก็รู้สึกเหมือนถูกแสงสว่างสาดส่องให้รู้สึกอบอุ่น แตกต่างจากยองอุง ยุนโฮใจดี ทุกคำพูดของยุนโฮเหมือนโอบกอดฉันไว้เบาๆ ยุนโฮทำให้ฉันสบายใจทุกครั้งที่อยู่ใกล้เขา แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ทำให้ฉันสับสน ที่หัวใจมันไหวแปลกๆขึ้นทุกวัน เหมือนมันกำลังบอกอะไรบางอย่างที่ฉันไม่เข้าใจ มันต้องการอะไรบางอย่างที่ฉันคิดว่าคงเป็นยุนโฮ ฉันอยากอยู่กับเขาทุกวัน อยากอยู่ใกล้ๆเขา อยากอยู่ข้างๆเขาตลอดเวลา เผื่อว่าฉันจะได้ยินเสียงในหัวใจนั้นชัดขึ้น มันเจ็บแปลบๆทุกครั้งที่ยุนโฮสัมผัส มันแปลกจนฉันกลัว แต่ฉันก็อยากรู้ว่ามันคืออะไร มันดังก้องทุกครั้งที่ยุนโฮเข้าใกล้ มันร่ำร้องทุกครั้งที่ยุนโฮพูดกับฉัน มันปวดแปลบทุกครั้งที่ยุนโฮแตะตัว มันสับสน สับสนไปหมด...”
“นั่นล่ะครับที่เรียกว่าความรัก”
“ความรัก...?” แจจุงลืมตาด้วยสีหน้าที่บ่งบอกถึงความไม่เข้าใจ ชางมินคลี่ยิ้มบางก่อนว่าคำถามขึ้น
“คุณต้องการคุณยุนโฮหรือเปล่าล่ะครับ?”
“ต้องการ...?”
“ผมไม่ได้หมายถึงแบบที่คุณยองอุงต้องการคุณหรอกนะฮะ คุณอยากอยู่กับคุณยุนโฮไปตลอดหรือเปล่า? อยากอยู่ข้างๆเขา อยากเห็นหน้าเขา อยากได้ยินเสียงเขาหรือเปล่า? อย่างเช่นเวลาที่ไม่ได้เห็นหน้าหรือว่าไม่ได้ยินเสียงเหมือนๆมันจะขาดอะไรไป? หรืออาจจะขาดใจ...”
“เหมือนตอนนี้...?” น้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความไม่แน่ใจ ใช่...ตอนนี้มันเหมือนจะขาดใจหากคิดว่าเจ้านั่นจะหายหน้าหายตาไปตั้งวันหนึ่ง จะขาดใจหากไม่เห็นใบหน้าหล่อเหลานั่น จะขาดใจหากไม่ได้ยินเสียงนุ่มๆที่ปลอบประโลมหัวใจนั่น จะขาดใจหากไม่มีไออุ่นจากมือและจากร่างสูงนั่นโอบกอดไว้ มันเหมือนขาดอะไรไปจริงๆ...
“คุณรักเขา”
“จริงๆเหรอ?? นี่คือความรักเหรอชางมิน?”
“ครับ จริงของจริงเลยล่ะครับ”
“จริงๆนะ?”
“แล้วที่คุณพยายามให้เขาชอบในสิ่งที่คุณทำ อย่างเช่นเปลี่ยนทรงผม ทำตัวว่าง่าย นั่นเป็นการพยายามเพื่อคนที่รักครับ เพื่อพิชิตใจเขา เพื่อให้เขาเชื่อในคุณ แล้วผมว่าคุณทำสำเร็จ”
“สำเร็จยังไงกัน ไม่เห็นเข้าใจเลย...” ชางมินยิ้มกว้างอย่างเคยผิดกับนายน้อยที่เบ้หน้าปุเลี่ยนๆ แก้มเนียนเรื่อสีแดงจัดน่ารักเป็นที่สุด ...คุณยุนโฮจะว่ายังไงนะถ้าเห็นคุณแจจุงเป็นแบบนี้...
“ที่คุณสงสัยส่วนที่เหลือเอาไว้ไปคุยกับคุณยุนโฮเองจะดีกว่านะครับ เรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องของคนสองคน ถามใจตัวเองให้แน่ก่อนแล้วค่อยถามเขานะครับ ผมว่านะ...คำตอบของคุณยุนโฮต้องถูกใจคุณแน่ๆ อ้า...ได้เวลาแล้วสิเนี่ย ผมจะไปยกของว่างให้นะครับ แล้วก็อยากได้อะไรอีกก็บอกผมแล้วกันนะครับ” เด็กหนุ่มทิ้งเจ้านายให้ค้างเติ่งอยู่กับความคิดตัวเองแล้วลุกขึ้นเดินไม่รู้ไม่ชี้ไปที่ประตู ยิ้มขำไปกับหน้างงๆเอ๋อๆที่เจ้านายปล่อยออกมาทุกเม็ดไม่มีกั๊ก ...คนเป็นเจ้านายมองหน้าลูกน้องงงๆ อยู่ๆแจจุงก็หน้าแดงขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล ...แต่ก็ไม่ต้องใช้ความคิดอะไรมากมายนัก
…ถ้าบอกว่าอยากได้ยุนโฮล่ะ เจ้านั่นยังไม่กลับมาสักทีเลย
...ชางมินบ้า
...ก่อนเดินออกจากห้องไป เด็กหนุ่มหันมายิ้มกว้างให้ กว้างเสียจนแจจุงสะดุ้งเฮือก
“เก็บเอาไว้เป็นความลับสุดยอดเลยนะครับ อย่าเพิ่งบอกใครล่ะ แล้วก็... เวลาถามน่ะ คุณควรทำหน้าน่ารักๆ แล้วก็เป็นหน้าที่คุณคิดว่าถ้าเขาเห็นเขาต้องตกหลุมรักคุณสุดๆด้วยนะครับ เดี๋ยวเรามาซ้อมกันหน่อยดีกว่าเนอะ”
“ชางมินบ้า!!!” เสียงกับหมอนลอยไล่หลังไปก็เท่านั้น เด็กหนุ่มสูงหายตัววับออกไปนอกห้องอย่างรวดเร็วแล้วอดที่จะกลั้นหัวเราะไปตลอดทางเดินไม่ได้
...ก็ใครบ้างล่ะจะไม่อดยิ้ม
...น่ารักจริงๆทั้งคุณแจจุง คุณยุนโฮ
...ยินดีด้วยนะครับ
*
คิ้วเข้มขมวดมุ่นขณะที่นิ้วเรียวไล่หนังสือไปตามชั้นก่อนจะหยิบออกมา 2-3เล่ม อ่านชื่อหนังสือตรงหน้าปกเมื่อเห็นว่าไม่น่าสนใจก็เอาเก็บเข้าชั้นไป เป็นอย่างนี้อยู่นานสองนานตั้งแต่ออกมาข้างนอกได้ ยุนโฮกำลังหาหนังสือเกี่ยวกับ “การทำกายภาพบำบัด”
...อยากให้ยัยนั่นเดินได้
...อยากจะไปเดทด้วยกันได้
...เดท?
โครม!
“ว๊ากกกกกกกกกก!!!”
“เฮ้ย! ยุนโฮ!!”
กองหนังสือเป็นตั้งร่วงลงมาจากชั้นเพราะยุนโฮโง่ (?) ไปหยิบเล่มล่างสุดที่รับน้ำหนักเล่มบนๆไว้ มันเลยหล่นลงมาใส่จนชายหนุ่มลงไปนั่งกับพื้น ยูชอนหันมองสภาพเพื่อนรักที่โดนหนังสือทับอย่างระอานิดๆ
...วันนี้มันก็เหม่อทั้งวัน
...ไม่มีใจก็ไม่ต้องออกมาสิฟะ!
...รู้หรอกน่าว่าใจอยู่กับใคร
...ห่วงจะตายอยู่แล้วใช่ไหม? นายน้อยคนสวยคนนั้นน่ะ
หลังจากช่วยทั้งยุนโฮทั้งพนักงานร้านหนังสือเก็บหนังสือขึ้นไปตั้งอยู่เหมือนเดิมแล้ว ยูชอนเดินนำเพื่อนมานั่งที่มุมทดลองอ่าน กะว่าจะถามถึงสาเหตุที่ทำให้เพื่อนรักของเขาดูลอยไปลอยมาทั้งวัน สายตายูชอนไปสะดุดกับหนังสือสองสามเล่มในมือยุนโฮ
“กายภาพบำบัดเบื้องต้นสำหรับผู้ป่วยด้านขา? ยุนโฮ...นายอย่าบอกนะว่าจะทำกายภาพบำบัดให้คุณแจจุง?” ยูชอนหยิบหนังสือที่ยุนโฮเลือกขึ้นมาดูแล้วถามอย่างประหลาดใจ แม้จะรู้ว่าคำตอบคืออะไร
“ก็... ประมาณนั้น”
“ถ้านายจะทำ ฉันว่าไปจ้างเจ้าหน้าที่ร.พ.มาดีกว่าไหม? ทำเองอาจจะผิดพลาดก็ได้”
“ก็เพราะกลัวผิดพลาดไง ก็เลยต้องออกมาหาหนังสือเกี่ยวกับพวกนี้ดู แล้วก็... ฉันว่าฉันจะลองถามชางมินดู อย่างน้อยเจ้านั่นมันก็ลูกหมอตระกูลหมอ กายภาพบำบัดเรื่องเล็กน้อยสำหรับเจ้านั่นน่า”
“แล้วทำไมไม่ให้ชางมินทำให้คุณแจจุงล่ะ?” ยุนโฮเงียบไปนิดหนึ่งก่อนคลี่ยิ้มบาง แววตาของเพื่อนรักตรงหน้าอ่อนโยนอย่างที่ยูชอนยังไม่เคยรู้สึกมาก่อน
“ฉัน... อยากทำให้เองน่ะ มันคงจะดีกว่าให้ชางมินทำ อีกอย่างยัยนั่นคงเข้าใจอะไรๆง่ายขึ้น” คำว่ายัยนั่นที่ยุนโฮเรียกฟังดูอ่อนโยนและเอ็นดูเหลือเชื่อ ยูชอนเลิกคิ้วอย่างเป็นคำถาม
“อะไร?”
“ฉันคิดว่าฉันอาจจะรักยัยนั่น”
...เฮ้ย... นี่มันเอาจริงเหรอเนี่ย...???
ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้ว่ายุนโฮรู้สึกยังไงกับนายน้อยคนสวยคนนั้น เขาเองอาจจะเป็นคนเดียวที่รู้เรื่องนี่ตลอดมาจนถึงตอนนี้ ตั้งแต่ครั้งแรกที่สองคนนั้นพบกัน เขารู้อยู่ลึกๆว่ายุนโฮคงเริ่มรู้สึกอะไรบ้างแล้ว แต่ไม่นึกว่ามันจะเริ่มขึ้นรวดเร็วขนาดนี้ ...ยูชอนเอ่ยถามเพื่อนรักไม่เต็มเสียงนัก
“แน่ใจแล้วเหรอ?”
เพื่อนรักของเขาพยักหน้า แววตายุนโฮมีกระแสจริงจังและอ่อนโยน เป็นอย่างนี้ทุกครั้งเวลาพูดถึงคนคนนั้น และเวลาที่อยู่กับนายน้อยคนสวยคนนั้น แววตานั้นยิ่งฉายถึงความอ่อนโยนที่รักคนตรงหน้ายิ่งกว่าอะไรทั้งหมด และในตอนนี้ก็เป็นอย่างนั้น...
ยุนโฮเอนหลังลงกับพนักพิง สายตาทอดมองออกไปข้างหน้าที่มีกลุ่มเด็กเล็กนั่งเล่นกันอยู่ แต่ยูชอนรู้ว่าเพื่อนของเขาไม่ได้โฟกัสที่เด็กพวกนั้น สายตายุนโฮทอดไปไกลกว่านั้นเยอะ ก่อนที่จะเอ่ยอะไรบางอย่างที่ฟังดูล่องลอย
“...ยูชอน ความรักมันเป็นเรื่องยากสำหรับคนที่ยังไม่เคยรู้จักมัน แต่ก็เป็นเรื่องง่ายของคนที่รู้จักมันดีอยู่แล้ว แต่ทั้งสองอย่างนั้นมีหนึ่งอย่างที่เหมือนกันคือ ถ้ารักแล้วไม่รู้จักจัดการ มันก็จะกลายเป็นเรื่องยากแล้วก็ล้มเหลว หากเราไม่รู้จักเรียนรู้ เราคงจะไม่รู้จักมันไปตลอดชีวิต หากไม่เปิดใจรับความรัก โลกทั้งโลกของเราก็จะมีแค่เราคนเดียว โดยที่ไม่รู้ว่ามีใครอีกสักกี่คนกันที่พร้อมจะยืนข้างเรา”
“...นี่หมายถึงอะไรเนี่ย?” ยุนโฮมองกลับมาที่เขา แววตาจริงจังแต่ยูชอนกลับรู้สึกว่าเพื่อรักของเขาเปลี่ยนไป ยุนโฮพูดออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ยูชอน นายก็รู้ว่าแจจุงเจออะไรมาบ้าง เขาไม่รู้จักถึงความรักที่แท้จริง ยองอุงทำให้เขาเข้าใจว่าความรักมีแต่ความเจ็บปวด โลกใบเก่าที่เขาเคยอยู่นั้นมีแต่ความเจ็บปวด มีแต่เรื่องน่าเจ็บปวด มีแต่อะไรๆที่ทำให้เขาเสียน้ำตา ตอนนี้ยองอุงตายไปแล้ว แต่ตัวแจจุงยังติดอยู่ในโลกใบเก่านั้นอยู่เลย ฉันเลยคิดว่าฉัน...จะเป็นโลกใบใหม่ให้กับเขา”
“แน่ใจได้ยังไงว่าเขาจะยอมให้นายเป็นโลกใบใหม่ให้?” คำถามของยูชอนทำให้ยุนโฮนิ่งไปเล็กน้อย ชายหนุ่มผมหางม้าเห็นเพื่อนนิ่งไปก็เริ่มใจไม่ดี บางทีเขาอาจจะสร้างความไม่มั่นใจให้ยุนโฮก็ได้ ...จริงๆแล้วเขาแกล้งถามไปยังงั้นแหล่ะ เพราะตัวเขาก็รู้อยู่แล้วว่าโลกใบใหม่ของนายน้อยคนนั้นกำลังจะเริ่มต้นขึ้นที่ยุนโฮ เพื่อนรักของเขาคนนี้
“ฉันรักเขา แล้วคิดว่าเขาก็รักฉัน แจจุงรู้สึกอะไรกับฉัน ฉันรู้... แต่ตัวเขาไม่รู้เพราะเขาไม่รู้จักความรู้สึกนี้ มันน่าเจ็บปวดออกถ้ารักแต่ไม่รู้ ฉันจะทำให้เขารู้”
“ยุนโฮ... นายคิดเหรอว่าเขารู้แล้วเขาจะยอมรับ? ความรักของนายมันเป็นสิ่งผิดปกติในสังคมนะเว้ย ยิ่งถ้าเขารู้เรื่องในสังคมขึ้นมา เขาจะยอมรับนายเหรอไง?”
“อันนั้นฉันก็ไม่รู้ คิดเพียงแค่ว่าอยากให้เขารู้จักความรักที่ไม่เจ็บปวดดูบ้าง เขาจะยอมรับรักฉันหรือไม่ก็เรื่องของเขา ฉันแค่อยากให้เขารู้ว่าฉันรักเขาก็เท่านั้น ส่วนสังคมจะว่ายังไง...ใครสนใจล่ะยูชอน? อย่าว่าแต่ฉันเลย นายก็เหมือนกัน อย่าคิดนะว่าจะทำเนียนแบบนั้นต่อไปได้โดยที่ฉันไม่รู้ จะปฏิเสธไปถึงไหนกัน? เข้าใจอยู่หรอกว่าความรักของนายคือความซื่อสัตย์ภักดี แต่จะไม่ให้คุณหนูเล็กเขารู้สักหน่อยเลยหรือยังไง...?”
...อยู่ๆเจ้าเพื่อนรักหน้าหมีก็วกเปลี่ยนเรื่องมาเข้าตัวเขาเฉยเลย หน้ายูชอนเรื่อสีขึ้นอย่างให้ยุนโฮรู้สึกสะใจว่าเขาเอาคืนเพื่อนคนนี้ได้สำเร็จ
“ไม่เกี่ยวกับนาย”
“...เฮ้ย ไม่เกี่ยวได้ไง? ฉันเป็นเพื่อนนายนะเว้ย! มันเกิดขึ้นเมื่อไหร่?? เล่ามาซิยูชอน!” ยุนโฮว่าแล้วยิ้มกว้างโชว์เขี้ยวใส่หน้าเพื่อนรัก ยูชอนลอบถอนหายใจแล้วสายหน้าวืด
“ถ้ารู้ดีอยู่แล้วจะต้องให้เล่าทำไมให้มากความวะ...? ลามกโรคจิตเอ๊ย... คิดแต่เรื่องจะกอดจะจูบ ก็เข้าใจนะว่าคุณแจจุงน่ะสวย แต่ช่วยระงับอาการด้วย”
“ยังดีกว่าพรากผู้เยาว์ล่ะวะ คุณจุนซูน่ะยังเด็กนะเว้ย เห็นอย่างนั้นก็เถอะเขาไม่ทันนายหรอก คิดจะเต๊าะเด็กเหรอไงวะ?”
บทสนทนาที่ให้ความรู้สึกเหมือนผู้ต้องหาจาก 2 คดีนั่งคุยกันในคุกทำให้ผู้พบเห็นต้องหันมามองชาย 2 คนนี้ คนหนึ่งดูจากหน้าหื่นๆคงไม่พ้นคดีโรคจิตลวนลามผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน อีกคนหนึ่งดูจากท่าทางที่ดูเป็นผู้ใหญ่เกินก็คงไม่พ้นคดีพรากผู้เยาว์ ...ยูชอนรู้สึกถึงบรรยากาศน่าทุเรศจึงลุกขึ้นเดินออกไปจ่ายเงินค่าหนังสือทันที
“จะกลับได้หรือยัง? คุณจุนซูเลิกเรียนพอดี”
“ขอไปซื้ออะไรก่อนได้ไหม? ของฝากน่ะของฝาก” ยุนโฮว่าพลางยิ้มแป้นให้คนมองยิ้มเจื่อน ยูชอนถอนหายใจว่าตอบ
“เร็วๆแล้วกัน”
“คร้าบ…” ยุนโฮจ่ายเงินค่าหนังสือแล้วรีบก็วิ่งออกจากร้านไปซื้อของฝากที่ว่าทันที ทิ้งให้ยูชอนยืนรออยู่ตรงหน้าร้านหนังสือ ชายหนุ่มผมหางม้าส่ายหน้าอย่างระอาเพื่อนนิดๆ ก่อนยิ้มออกมาบางๆ
...ทำอย่างกับเด็กๆ...
ยูชอนคิดพลางมองไล่หลังเพื่อนรักไป ดีใจอยู่หรอกที่ลงมือรับปากช่วยนายน้อยให้คุณหนูเล็กหลุดพ้นจากความเศร้าที่แสนทรมาน แต่ว่าวิธีการช่วยนี่ดูจะให้ผลเกินคาดไปหน่อย ตัวเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเริ่มหลงรักคุณหนูเล็กเมื่อไหร่ อาจจะเร็วๆพอกับที่ยุนโฮหลงรักแจจุง ...หรือช้ากว่านั้น ...หรืออาจจะยังเลยก็ได้ ...แต่ชายหนุ่มก็ไม่ปฏิเสธว่าตัวเขาเองมีความรู้สึกดีๆให้คุณหนูเล็ก ...ไม่มากก็น้อย แต่ก็พอจะมีอยู่บ้าง ...ความรักมันไม่เข้าใครออกใครจริงๆ คนที่จมดิ่งไปกับมันคือผู้แพ้ จะรักโดยไม่จมลงไปกับมัน ...อย่างที่คิมแจจุงเคยเป็นจนเกือบตายมาแล้วถ้าไม่ได้ยุนโฮช่วยเอาไว้ได้ไหม? เขาจะกล้าตัดสินใจเป็นโลกใบใหม่ให้กับใครสักคนอย่างยุนโฮได้ไหม?
...ช่างขี้ขลาดเหลือเกิน พัคยูชอน
...ไม่มีความกล้าอย่างยุนโฮเลย
...สักวัน เขาจะกล้ายอมรับความรู้สึกนี้กับคุณหนูเล็กไหมนะ?
...ไม่กล้าคิดเลย
TBC
posted on 25 May 2008 12:35 by forbeautiful-u in FIC-Korean
Title : Soft Feathers [Re-run]
Type : Romantic Drama
Pairing : Yoonho + Jaejoong
Rating : PG15 - NC17
Description : Long / Translated / Incomplete
06
...ผมเป็นของคุณตั้งแต่วันแรกที่ผมเห็นคุณ
ผมรู้ดีว่าต่อจากนี้ผมควรปกป้องใคร ควรยืนข้างใคร
และต่อจากนี้ไปจนตลอดชีวิต ผมยินดีจะใช้มัน
หากต้องเสียอะไรไป ผมยินดีเสียชีวิตดีกว่าเสียคุณไป
ผมจะไม่มีวันไปจากคุณ
คุณสั่งผมแล้ว แล้วคำสั่งนั่นจะอยู่กับผมตลอดชีวิต
จนกว่าคุณจะถอนคำสั่งนั่นแล้วผลักไสผมไป…
...ผมจะไม่ไปไหน ผมจะอยู่กับคุณ ผมจะไม่ปกป้องใครนอกจากคุณ…
“อย่างกับคำสารภาพรักเลยนะครับ” เสียงเล็กๆของคุณหนูเล็กว่าขึ้นทำลายความเงียบในห้อง จุนซูกำลังทำการบ้านที่ได้มาจากโรงเรียนไปพร้อมๆกับยูชอนที่กำลังเรียนออนไลน์ โชคดีที่เวลาที่อเมริกากับเกาหลีต่างกันเป็นกลางวันกับกลางคืน การเรียนของเขาจึงไม่มีปัญหา
“...อา นั่นสินะครับ”
“ผมว่าพี่แจจุงคงจะมีความสุขมากเลยที่ได้ยินอย่างนั้น คุณยุนโฮนี่ใจดีจังนะครับ”
“ใจดี?” ยูชอนเลิกคิ้วขึ้นมองอย่างเป็นคำถาม คนตัวเล็กหัวเราะร่าก่อนว่าขึ้นอีกครั้ง
“หน้าไม่ให้เลยน่ะสิครับ หน้าตาเหมือนนักฆ่าขนาดนั้น กลับมีคำพูดที่ทรงพลังแล้วก็อบอุ่นขนาดนั้นได้ ฟังแล้วเหมือนหัวใจได้รับการชำระล้างเลยครับ”
...เว่อร์เกินไปแล้วครับคุณหนูเล็ก
...ในความคิดของยูชอน ยุนโฮเป็นคนอบอุ่นมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ความอ่อนโยนและความที่มีความเป็นสุภาพบุรุษสูง ไม่ว่าใครก็ไม่ปฏิเสธหรอกว่ายุนโฮเป็นคนที่น่าอยู่ใกล้ๆด้วย อีกทั้งความโรแมนติกส่วนตัวที่เจ้าตัวมักจะใช้มัดใจใครๆ นายน้อยคนสวยก็คนหนึ่งแล้วที่หลง คุณหนูเล็กก็คงเป็นอีกคนที่หลงเจ้านั่นด้วย
“ยูชอน...”
“ครับ?”
“ถ้าผมเป็นเหมือนพี่แจจุง คุณจะพูดแบบนั้นกับผมไหม?” คุณหนูเล็กเม้มปากแน่น ตามองตรงมาที่เขาอย่างหวังเอาคำตอบ ยูชอนคลี่ยิ้มบางก่อนหัวเราะออกมาเบาๆ
“ผมไม่พูดหรอกครับ”
“ทำไมล่ะ?!” ร่างสูงยิ้มกว้างก่อนโน้มตัวเข้าไปหาเด็กชายที่นั่งอยู่ตรงข้ามแล้วตอบ
“เพราะผมรู้ว่าคุณหนูเล็กของผมเข้มแข็งและแข็งแรงกว่านั้นเยอะ อย่างน้อยก็ไม่ดื้อไม่ซนเป็นลูกแมวเหมือนคุณแจจุง ...แล้วอีกอย่าง ไม่มีวันที่จะมีใครมาทำร้ายคุณได้ อย่างน้อยผมเองก็ไม่ปล่อยให้ใครมาทำร้ายคุณ ผมเชื่อว่าคุณเข้มแข็งกว่านั้นเยอะ ผมมั่นใจในตัวคุณ แล้วก็มั่นใจว่าคุณไม่ใช่คนที่ร้องไห้ง่ายๆ” ว่าพลางลูบหัวกลมๆของคุณหนูเล็กไปด้วย “ผมมั่นใจในตัวคุณมากกว่าอะไรทั้งหมด ผมเชื่อว่าคุณเป็นคนเข้มแข็ง แต่ถ้าคุณอยากร้องไห้ คุณก็มีผมเป็นผ้าเช็ดหน้านะ” คุณหนูเล็กก้มหน้างุดด้วยความเขินบางอย่าง คลี่ยิ้มบางก่อนพยักหน้ารับ
“ถ้าผมจะร้องไห้ด้วยสาเหตุอื่นนอกเหนือจากความอ่อนแอล่ะ” ยูชอนเลิกคิ้วแล้วตอบด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูอบอุ่นไม่แพ้ยุนโฮ
“ถ้าอย่างนั้นก็คงมีเหตุผลเดียวที่คุณจะร้องไห้ เพราะความดีใจเรื่องคุณแจจุง” สิ้นคำจากยูชอน คนตัวเล็กก็โผเข้าหาแผ่นออกกว้างของยูชอนทันที ร่างเล็กสะอึกสะอื้นเพราะความตื้นตันใจ ยูชอนลูบหัวกลมๆนั้นเบาๆ
“ยินดีด้วยนะครับคุณจุนซู คุณสบายใจได้แล้วนะ”
“ขอบคุณคุณยุนโฮด้วยนะฮะว่าผมขอบคุณเขามาก ขอบคุณที่ยินดีช่วยพี่แจจุง ขอบคุณจริงๆ”
...ไม่เคยอบอุ่นหัวใจเท่านี้
...ต่อจากนี้ไปบ้านนี้คงอบอุ่นขึ้น
...ขอบคุณจริงๆ ยุนโฮ
...นายทำถูกต้องที่สุดแล้ว
*
...รู้สึกเหมือนดวงตาหนักอึ้งอยู่แวบหนึ่งก่อน
...แล้วก็รู้สึกหนักๆแขนกับแถวๆหน้าอก
...ตามมาด้วยความรู้สึกอุ่นๆเหมือนมีไออุ่นของคนอยู่
...กลิ่นหอมจางๆลอยมาแตะจมูก
...เมื่อลองขยับนิ้ว กลับสัมผัสถึงเนื้อนุ่มๆของคน
...เลื่อนมือสูงขึ้นมาอีกนิด สัมผัสถึงเส้นผมนุ่ม
...เฮ้ย!?
ยุนโฮลืมตาเต็มตื่นทันที แล้วพบว่าเขากอดนายน้อยคนสวยหลับไปตั้งแต่เมื่อคืน?! ...หน้าสวยๆซุกอยู่กับอกอุ่นหลับตาพริ้มน่ารัก ร่างบอบบางซุกอยู่ใต้ผ้าห่มที่คาดว่าน่าจะเป็นชางมินเอามาห่มให้ ...ไม่อยากปลุกเลยให้ตาย... ยุนโฮไม่คิดเปล่า ค่อยๆขยับแขนกอดกระชับนายน้อยแน่นขึ้นอีกนิดหนึ่ง
...แจจุง...
อยากเรียกชื่อแสนน่ารักนี้เร็วๆ อยากเรียกให้เธอได้ยิน อยากให้ได้ยินชัดๆ อยากให้ได้ยินเมื่อเธอลืมตาตื่น อยากให้ได้ยินจากปากของเขาเอง…
...ตื่นซะทีสิ แจจุง
เจ้าของชื่อกำลังหลับสบาย ไออุ่นจากคนด้วยกันเป็นผ้าห่มชั้นเลิศดีกว่าผ้าห่มที่ทำจากผ้าเนื้อดีไหนๆในโลก ...ยุนโฮพยายามระงับความรู้สึก หากร่างบางยังเอาหน้าซุกกับอกเขาอย่างนี้ เดี๋ยวได้รู้กันพอดีว่าหัวใจเขาเต้นแรงแค่ไหน
เขาเลื่อนมือขึ้นลูบหัวร่างบางที่ยังซุกอยู่กับอกเขา จังหวะที่ลูบเลยไปถึงหน้าผากเนียน แพขนตาขยับก็น้อยๆก่อนที่จะขยับขึ้นให้ดวงตาได้รับแสง ตาสีนิลใสค่อยๆเผยให้เห็นใต้เปลือกตาแก้วผลึกคู่นั้น ...ภาพแรกที่เข้าสู่สายตาคือรอยยิ้มอบอุ่นของคนที่ตัวเองซุกอกเขาหลับไปเมื่อคืน
“อรุณสวัสดิ์ครับ แจจุง” ร่างบางใช้ศอกยันตัวขึ้น รู้สึกเมื่อยเล็กน้อยเนื่องจากนอนผิดท่าถึงแม้ว่ามันจะอุ่นดีก็ตาม แต่ถึงยังไงนอนท่านี้มันก็ทำให้ลุกขึ้นลำบากถ้าขาใช้การไม่ได้
“ฉันหลับ?”
“ครับ”
“หลับบนตัวนายเนี่ยนะ?”
“ก็ใช่น่ะสิครับ” ใบหน้าสวยที่เจ้าของตายังปรือๆอยู่เล็กน้อยขมวดคิ้วมุ่นอย่างนึกทวนความทรงจำเรื่องเมื่อคืนว่าหลับไปได้ยังไง ยุนโฮนึกขำนิดๆกับใบหน้าน่ารัก ยิ้มกว้างแล้วคว้าข้อมือบางให้ทิ้งตัวลงบนอกกว้างอีกครั้ง
“นี่... ฉันตื่นแล้วนะ” เสียงประท้วงหงุงหงิงลอดขึ้นมาจากใต้คางเขา แต่เจ้าของกลับไม่การขืนแรงแม้ต่อย่างใด ยุนโฮอยากแกล้งคนน่ารักนี่อีกสักนิดจึงแกล้งกอดแน่นขึ้น
“ยังตื่นไม่ได้ครับ”
“ทำไมอ้ะ?!” มือเล็กตีแขนเขาเบาๆ แต่ยุนโฮยังไม่ปล่อยร่างบางนั้นเป็นอิสระ แกล้งยกขาขึ้นมากดล็อกร่างบางนั้นไว้
“ก็ผมไม่ให้ตื่นซะอย่างนี่”
“...หมีบ้า ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ!” ร่างบางดิ้นขลุก แต่ยิ่งดิ้นยุนโฮก็ยิ่งกอดแน่นขึ้นไปอีก ...น่ารักชะมัด จะอดใจไม่ไหวแล้วนะ...
“ไม่ครับ”
“ฉันหายใจไม่ออก!”
“เดี๋ยวผมค่อยผายปอดให้ทีหลัง” คนหน้าหมีพูดหน้าตาเฉยแล้วฉีกยิ้มกว้างรับหน้าสวยๆที่เริ่มขึ้นสีจ้องเขาอย่างเอาเรื่อง
“ลามก”
“เพราะคุณนั่นแหล่ะ อยากน่ารักทำไม?”
“ลามกกับน่ารักเกี่ยวกันตรงไหน??” คนถามถามเสียงเครียด คนลามกที่ว่ายิ้มกว้างจนตาหยีก่อนตอบแบบไม่คิด
“เพราะคุณน่ารักผมก็เลยอยากทำลามกกับคุณน่ะสิ” สิ้นเสียงยูนโฮปุ๊บ หน้าสวยๆแดงไปจนถึงหู ตะปบป้าบไปที่แผลที่แขนของยุนโฮทันที แล้วกระทุ้งศอกแหลมๆเข้าที่สีข้างจนชายหนุ่มร้องจ๊ากถึงได้คลายมือ ร่างบางยันตัวขึ้นนั่งก่อนมองด้วยสายตาเอาเรื่องสุดๆ
“หมีบ้าลามก ไม่ยุ่งด้วยแล้ว จะป่วยจะตายก็ช่าง!” คนตัวเล็กว่าพลางหันหน้าหนีทำงอนใส่ ถึงคราวยุนโฮประท้วงมั่ง
“ใจร้าย”
“ลามก”
“แจจุง ผมขอโทษ” ทำหน้าน่าสงสารสุดๆแล้วเลื่อนมือไปแตะไหล่บาง เจ้าของชื่อหันมามองแล้วตอบเสียงเครียด
“คิดว่าหายเหรอ?! หมีบ้าลามก!”
“งั้นจะให้ผมทำยังไง?” ยุนโฮแกล้งทำหน้าสลดหวังจะให้คนตัวเล็กนี่เห็ฯใจ หน้าสวยๆหันมองเขาอย่างครุ่นคิดแล้วขยับตัวเข้ามาใกล้ คลี่ยิ้มบางแล้วพูดเสียงเบา
“หลับตาสิ” ยุนโฮเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ...หลับตาทำไม...? แต่พอเห็นสายตาออกคำสั่งแล้วจึงค่อยๆหลับตาลงอย่างว่าง่าย
“ดี แล้วอย่าลืมตานะ”
“คุณจะทำอะไร?”
“ฉันจะตีนาย” เสียงใสว่าแล้วก็เลื่อนหน้าไปใกล้ กลีบบางแตะที่ข้างแก้มของยุนโฮ ลมหายใจอุ่นๆกระทบใบหู ชายหนุ่มแอบเหลือบตามองแล้วคลี่ยิ้มบาง
...แผนเดียวกันเลย... เวรกรรม
ริมฝีปากอุ่นแตะอยู่เพียงครู่แล้วผละไป แต่สำหรับแจจุงแล้วมันช่างนานเหลือเกิน หน้าสวยๆแดงซ่านไปถึงหู ยกมือขึ้นลูบแก้มคนที่ตัวเองเพิ่งลงโทษไปแล้วรีบชักมือกลับ
“หายกันนะ” เสียงหวานสะบัดห้วนคล้ายๆเป็นคำสั่งให้ลืมตา ยุนโฮคว้าร่างบางมากอดอีกครั้ง คราวนี้ปราศจากการขัดขืน ร่างบางทิ้งตัวลงง่ายดาย ยุนโฮมองพฤติกรรมของร่างในอ้อมแขนแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ
“คุณนี่น่ารักชะมัด ผมชักจะทนไม่ไหวแล้วนะ”
“อย่าพูดว่าน่ารักสิ น่าอายจะตาย”
“จะทำให้อายยิ่งกว่านี้อีก ถ้าคุณยังน่ารักแบบนี้”
...พูดไม่คิด
...ชองยุนโฮเป็นผู้ชายที่ลามกแล้วก็งี่เง่าที่สุด
…คนทั้งคนยืนหัวโด่ ยังอุตส่าห์เซ่อมองไม่เห็น
...งี่เง่า!
...ไม่รู้ว่าสร้างโลกส่วนตัวกันขึ้นมานานเกินไปหรืออย่างไร ชางมินที่ยืนมองอยู่นานแล้วถึงกับกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่ นายน้อยคนสวยไม่กล้าหันไปมอง ส่วนยุนโฮมองอย่างตกใจสุดๆ เพราะไม่ได้มีแค่ชางมิน ยังมียูชอนที่ยืนหัวเราะหึๆแถมมากับคุณหนูเล็กที่พยายามเอามือปิดหน้าแก้เขินอีกคน
“มาเมื่อไหร่?”
“นานแล้วครับ” ชางมินตอบได้ลำบากเพราะยังหัวเราะไม่เสร็จ ยุนโฮถอนหายใจเฮือกแล้วมองหน้าสวยๆในอ้อมแขนที่มองเขาตาขวางสุดๆ
...ชองยุนโฮ ฉันจะฆ่านาย
...ไอ้หมีบ้าลามก!
ยุนโฮยิ้มเจื่อนแล้วช้อนใต้แขนจับร่างบางให้ลุกขึ้นนั่ง รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังอุ้มแมว ยิ่งรู้สึกอย่างนั้นหนักเข้าไปอีกเมื่อชางมินเดินเข้ามาสอดมือทับเข้าไป รับเอาตัวลูกแมวไปนั่งที่รถเข็น
“ชางมิน”
“ครับ?”
“ไปกันเถอะ ปล่อยไอ้หมีบ้าลามกนี่ไว้”
...ยุนโฮบ้า เกลียดแล้ว
นายน้อยคนสวยว่าแล้วก็ทำหน้างอนสุดๆโดยไม่หันไปไยดีคนโดนเกลียดที่ทำหน้าประท้วงอยู่บนเตียง คุณหนูเล็กรับมาเข็นพาออกไปข้างนอกห้อง ชางมินเดินไปหายูชอนแล้วหันมายิ้มให้หมีตัวที่ว่าทีหนึ่งแล้วว่าขึ้นด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง
“วันนี้คุณไม่ต้องลุกก็ได้นะครับ” สุ้มเสียงอ่อนโยนเหมือนเป็นห่วงเสียเต็มที่ ยุนโฮทำหน้าปุเลี่ยนๆมองหน้าเด็กหนุ่มรุ่นน้องอย่างงงๆ ...อะไร จะมาเป็นห่วงอะไรตอนนี้...???
“ทำไม?” ยุนโฮถามออกมาอย่างไม่เข้าใจเจตนา เด็กหนุ่มได้ยินดังนั้นก็ยิ้มกว้างแล้วพูดอะไรไม่น่าให้อภัยออกมา
“ก็ฤดูกาลนี้หมีมันต้องจำศีลไม่ใช่เหรอฮะ ตื่นได้ยังไง เค้าบอกว่าถ้าอยู่ๆหมีตื่นขึ้นมาระหว่างจำศีลนี่จะบ้าแล้วก็น่ากลัวสุดๆ คุณจำศีลต่อเถอะครับ ผมเป็นห่วงสวัสดิภาพนายน้อยเหมือนกัน”
...ไอ้?!
.
.
.
สรุปเหตุการณ์นองเลือด หมีที่ตื่นขึ้นระหว่างการจำศีลออกอาละวาดไล่ฆ่าเทวดาและมิกกี้เม้าส์...
*
เช้าวัน