FIC-Short

[FIC][SF] Allowing - Fallowing

posted on 07 Sep 2008 18:01 by forbeautiful-u  in FIC-Short

Title : Allowing – Fallowing
Written : YeoUBi
Type : Love Comedy
Pairing : Yoonho + Jaejoong
Rating : NC-17 Up!
Description : Short / Complete / Not love / Give and Take


‘...นิ้วมือเรียวยาวของร่างสูงลากไล้ไปตามเรือนกายขาวเนียนของคนใต้ร่างเพียงแผ่วๆ แต่เพียงเท่านั้นก็สามารถเรียกเสียงครางหวานๆออกมาให้ได้ยินแล้ว ร่างบอบบางครางสะอื้นทุกครั้งที่ริมฝีปากรุมร้อนของร่างกำยำด้านบนโน้มลงจูบประทับที่ผิวกายของเขา และยิ่งสั่นหนักเมื่อคนตัวโตเม้มเข้าที่ผิวเนียนนุ่มจนเป็นรอยแดง ตาเรียวของร่างหนาด้านบนที่คร่อมทับมองมันอย่างชื่นชมก่อนจะเลื่อนไปสร้างรอยต่อไปอย่างไม่เร่งร้อน ครอบครองยอดอกสีหวานที่ชูชันหลอกล่อ ดูดคลึงจนแข็งชันยิ่งขึ้น พร้อมกับปลายนิ้วบีบคลึงยอดอกอีกข้างจนแดงก่ำ ส่งผลให้นิ้วมือเล็กต้องเลื่อนเข้าสอดแทรกในกลุ่มผมสีดำน้ำตาล ก่อนจะขยำขยี้ให้ใบหน้าคมแนบลงชิดกับผิวกายมากกว่าเดิมเพื่อบรรเทาความเสียวซ่าน

...เสียงครางหวานยังคงถูกส่งออกมาจากลำคอขาวผ่องที่มีรอยจ้ำเล็กๆสีชมพูเข้มอยู่ประปราย เมื่อชายร่างสูงเลื่อนใบหน้าหล่อคมลงต่ำไปยังเนื้อนุ่มบริเวณรอบสะดือ ก่อนจะลากลิ้นร้อนลงต่ำไปกว่านั้น ฟันคมครูดลงไปกับผิวเนื้ออ่อนบริเวณท้องน้อยช้าๆให้เจ้าของร่างขาวจัดยิ่งรู้สึกปั่นป่วนมากขึ้นไปอีก ร่างเล็กครางหวือเมื่อลิ้นร้อนชื้นของร่างด้านบนสัมผัสกับส่วนอ่อนไหวที่เปลือยเปล่า ร่างผอมบางยิ่งบิดเกร็งเมื่อโพรงปากร้อนได้ครอบครองเข้าไปทั้งหมด ประสาทสัมผัสทั้งหมดของร่างบางตื่นตัวโดยการกระตุ้นหยอกเย้าของคนช่างแกล้ง ที่ทั้งแกล้งลากไล้ลิ้นร้อนขึ้นลงไปตามความยาว กดเม้มไปที่ส่วนปลายที่หยาดเยิ้มไปด้วยน้ำเมือกขาวขุ่น ไล้เลียให้ผิวกายบอบบางแปรเปลี่ยนจากสีขาวอ่อนนุ่มเป็นเกือบจะแดงจัดไปทั่วทั้งตัว

...เสียงครางยังสะอื้นคล้ายกับวอนขอจุดสิ้นสุดเมื่อเจ้าของโพรงปากร้อนได้เร่งเร้าทั้งปลายลิ้นและริมฝีปากที่ขยับรูดดึงส่วนอ่อนไหวที่แข็งชันเข้าออกอย่างมีอารมณ์ มือเล็กขาวของผู้ถูกกระทำกดขยุ้มศีรษะคนตัวโตให้แนบชิดก่อนปลดปล่อยสายธารแห่งอารมณ์ให้ไหลผ่าน ดวงตากลมสวยกอปรมองใบหน้าหล่อเหลาที่ยั่วเย้าด้วยการแลบลิ้นเลียคราบแห้งความสุขสมที่เปรอะเปื้อนอยู่เล็กน้อย ก่อนที่จะเริ่มการเตรียมพร้อมในขั้นต่อไป

...นิ้วมือเรียวยาวถูกส่งเข้ามาในริมฝีปากเล็ก กดกระตุ้นเบาๆอยู่ภายในไปตามกระพุ้งแก้มนุ่มและลิ้นเล็ก เจ้าของใบหน้าหวานเข้าใจการกระทำในทันทีจึงรีบดูดดึงให้น้ำลายใสๆชุ่มติดปลายนิ้ว ตามด้วยขาเรียวขาวทั้งคู่ที่แยกออกอย่างเชื้อเชิญ ปลายนิ้วเท้าจิกเกร็งลงบนผืนผ้าปูที่นอนสีขาวสว่างจนแทบจะกลืนเป็นสีเดียวกันกับผิว กระแสร้อนแรงจากคนด้านบนจับจ้องการกระทำอันแสนยั่วยวนนั้นเอาไว้ไม่วางตา นัยน์ตาวาวจ้องตรงต่ำลงไปยังช่องทางต่ำสุดด้านล่าง ถอดถอนเรียวนิ้วออกจากริมฝีปากอิ่มแล้วแทนที่ด้วยจูบร้อนที่แทบหลอมละลาย ส่งปลายนิ้วลงไปกดคลึงรอบๆปากทางเข้าอย่างเบามือให้คนตัวบางกระตุกซ่าน ก่อนจะแอ่นสะโพกรับเมื่อร่างสูงสอดส่งปลายนิ้วเข้ามา นิ้วเรียวขยับความไปทั่วช่องทางแคบร้อนราวกับกำลังค้นหา จุดอารมณ์ให้ความอ่อนไหวกลางกายได้แข็งชันขึ้นมีครั้งหนึ่งตามอารมณ์เจ้าของ บวกกับเสียงครางประกอบเร้าอารมณ์ส่งผลให้ร่างด้านบนยิ่งต้องกระตุกข้อมือขยับเข้าออก สะโพกอวบอิ่มยิ่งขยับเร่าอย่างเสียวซ่านเมื่อปลายนิ้วของร่างหนาสะกิดโดนปุ่มกระสันภายในอย่างรุนแรง เป็นสัญญาณร่ำร้องถึงความต้องการจะได้รับสิ่งเติมเต็ม

...ใบหน้าหล่อคมกระตุกยิ้มเมื่อเข้าใจถึงภาษากายที่คนรักส่งมา นิ้วเรียวค่อยขยับถอนออกมาอย่างเชื่องช้า ให้คนใต้ร่างยิ่งกระสับกระส่ายด้วยความหงุดหงิดงุ่นง่าน ก่อนจะปล่อยเสียงครางอ้อนเมื่อรู้สึกถึงสิ่งแข็งตึงอันร้อนรุ่มมาดุนดันอยู่เบื้องล่าง แขนเรียวยกขึ้นโอบรอบคอชายคนรักใหโน้มลงมาชิด มือใหญ่ข้างเดิมที่ทำหน้าที่ขยับขยายช่องทางที่กำลังจะรองรับส่วนสำคัญบีบขยำก้อนเนื้อนุ่มเนินหนึ่งก่อนใช้นิ้วหัวแม่มือแบะแยกมันออกจากเนินข้างๆ ก่อนจะขยับกายส่งแทรกแกนกายใหญ่โตซ้ำยังร้อนจัดให้คนรองรับดิ้นทุรนทุราย สะโพกหนาส่งสอดร่างพลางกระทุ้งเข้าออกเบาๆให้ช่องทางคับแน่นสามารถรองรับความเป็นชายเข้าไปได้ทั้งหมด และหยุดนิ่งเพื่อปรับให้ทั้งสองร่างผ่อนคลายความตึงลง หากแต่คนใต้ร่างกลับครางสะอื้นอ้อนขอความเร่าร้อนที่สามารถแผดเผาเรือนกายสวยงามนี้ได้ ชายคนรักจึงจัดการสนองให้อย่างมีเมตตา ส่งกายกระแทกเข้าและออกไปยังช่องทางร้อนรัดที่ส่วนสะโพกบิดส่ายอย่างยั่วเย้า เสียงครางเหมือนแมวดังขึ้นหวานขึ้นซ้ำไปซ้ำมาอยู่ข้างหู เรือนกายกำยำพราวเหงื่อที่หยาดไหลลงไปยังเรือนร่างงดงามเบื้องล่าง แนบเนื้อเนียนถลาไถลไปมาอย่างยากจะสกัดกลั้นอารมณ์เอาไว้ได้ ความเสียวซ่านที่มอบให้และได้รับกลับทำให้ต้องหอบหายใจครวญครางด้วยความสุขสม ช่องทางเล็กๆฉ่ำแฉะไปด้วยของเหลวที่ค่อยไหลออกมารินรดจากกายทั้งคู่ เสียงที่บ่งบอกสอดใส่ชัดเจนจนรู้สึกกระดากอาย หากแต่ก็ต้องโยนมันทิ้งไปเมื่อเสียงที่เกิดจากการจุมพิตแลกน้ำลายนั้นดังกลบเนื่องจากอยู่ใกล้กว่า

...ช่องทางเกร็งร้อนยิ่งบีบรัดเมื่อร่างเล็กยกเรียวขาขึ้นโอบรัดไปที่บั้นเอวหนาของร่างสูง เรียกให้ส่วนรุมร้อนยิ่งสอดแทรกเข้ามาในร่างเร็วขึ้นแรงขึ้นเสียจนตัวโยน ไม่มีใครสามรถควบคุมอารมณ์ที่ราวกับสายน้ำไหลเชี่ยวของทั้งคู่ได้ เจ้าของเสียงสูงกรีดเสียงครางหวานแหลมพร่ำเรียกชื่อของคนตัวโตเป็นระยะ เมื่อแกนกลางที่สอดแทรกเข้าออกอยู่ในร่างกระทั้นกระแทกโดนจุดเสียวแสนวาบหวามหลายครั้งติดต่อกันจนไม่สามารถอดกลั้นเอาไว้ได้อีกต่อไป การถึงจุดสิ้นสุดกำลังใกล้เข้ามา เรียวขาขาวเกร็งแน่น กระตุกสะโพกบางเข้ารับแกนกายร่างสูงแรงๆ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงกรีดร้องยาว ร่างบอบบางแอ่นโค้ง ปลดปล่อยอารมณ์รักรุนแรงออกมาในที่สุด แกนกายสีหวานฉีดพุ่งน้ำขาวออกมาเป็นสายไปตามหน้าท้องเนียนเรียบ ริมฝีปากอิ่มเผยอครางซ้ำเมื่อยังคงรองรับความต้องการของชายคนรักอยู่ ร่างด้านบนกระทั้นกายเข้ามาแรงๆเพียงไม่กี่ครั้ง กระตุกร่างอย่างรุนแรงก่อนจะปล่อยเสียงครางต่ำออกมาพร้อมๆกับของเหลวร้อนจำนวนมากที่ไหลทะลักออกมาจากแกนกายร้อนรินรดเข้าไปในช่องทางร้อนรัด จังหวะที่ค่อยๆถอดถอนแกนกายออกมา น้ำเมือกเหลวขาวขุ่นจำนวนไม่น้อยไหลย้อนออกมาจากช่องทางให้คนตัวบางครางอือด้วยความรู้สึกโหวงเหวงแปลกๆที่ช่วงล่าง รอยยิ้มพรายเนื่องจากความพึงพอใจในบทรักของคนทั้งคู่ปรากฏอยู่บนใบหน้า ก่อนที่ใบหน้าคมจะโน้มลงมากดจูบที่หน้าผากเบาๆอย่างรักใคร่

“รักเธอนะแจจุง”
“ฉันรักนายยุนโฮ”...’

 

กึก! กึก!

เสียงเม้าส์ตัวจ้อยถูกควบคุมให้เลื่อนสกอร์บาร์ขึ้นลงไปมาโดยมือบางดังขึ้นเมื่อร่างบางอ่านจนจบบรรทัด เมื่อเห็นว่าไม่มีเนื้อหาต่อจากส่วนที่อ่านจบแล้วจึงเลื่อนขึ้นไปกด Minisize ให้หน้าจอถูกย่อลงมาเก็บอยู่บริเวณด้านล่างของจอ รอยยิ้มบางๆจุดขึ้นบนใบหน้าหวานก่อนเจ้าตัวจะหันเก้าอี้ไปเรียกนักอ่านคอเดียวกันที่นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ถัดไป

“ยุนโฮ ฉันเจอแล้วล่ะ ฟิคชั่น NC”

“ไหน...? สนุกหรือเปล่า?”

“สนุกดี มาอ่านนี่สิ นายทำฉันอีกแล้วล่ะ”

“ฮ่าๆๆ จริงเหรอ ไหนๆ” เสียงหัวเราะร่าอย่างขำขันของร่างสูงทำให้ร่างบางยิ้มขำ ก่อนจะขยับเลื่อนเก้าอี้ไปนิดหน่อยเพื่อให้ยุนโฮสามารถเลื่อนเก้าอี้มานั่งข้างๆได้

...ภาพชายสองคนนั่งอ่านแฟนฟิคชั่นในช่วงวันหยุดแบบนี้ออกจะเป็นภาพที่ดูจั๊กจี้เล็กน้อยสำหรับคนมองหลายๆคน หากแต่เป็นภาพปกติของวง “ทงบังชินกิ” เป็นที่รู้กันดีว่าคู่หูพี่ใหญ่ของวงอย่างยองอุงแจจุงและสุดยอดลีดเดอร์ยูโนวยุนโฮนั้นโปรดปรานการอ่านแฟนฟิคชั่นที่บรรดาแฟนคลับทั้งหลายสร้างสรรค์ขึ้นมาและโพสต์มันไว้ตามเว็บอย่างที่สุด ที่โปรดที่สุดคือฟิคชั่นสุดสนุกที่มีคู่ของพวกเขาเองเป็นตัวละครหลัก และเจ้าตัวก็ยืนยันในการเป็นโฮลิคของคู่ตัวเองอย่างที่สุดด้วยการออกมาบอกเล่าถึงความชื่นชอบในจินตนาการที่ไรท์เตอร์ทั้งหลายสร้างสรรค์ขึ้นมาอย่างน่ารักน่าชังที่สุด และแน่นอน...ในเมื่อโปรดปรานทุกเรื่องที่มีคู่ยุนแจแล้ว ฟิคชั่นที่เนื้อหาเป็น NC ฉากรักของทั้งคู่แล้วยิ่งสนุกสุดยอด!

“มันยังไม่จบเหรอแจจุง?”

“ดูเหมือนว่าจะยังไม่จบนะ คงมีตอนต่อแหล่ะ ฉันจะหาฟิคชั่น NC อ่านต่อ มาอ่านด้วยกันไหมล่ะ?”

น้ำเสียงนุ่มนวลเอ่ยชวน ยุนโฮจึงตัดสินใจไม่เลื่อนเก้าอี้กลับไปที่เดิม ร่างสูงนั่งมองเพื่อนตัวเล็กข้างๆตัวที่กำลังไล่สายตาอ่านรายชื่อฟิคชั่นที่โพสต์อยู่ในบอร์ด แจจุงยกขาขึ้นมาวางบนเก้าอี้ข้างหนึ่งก่อนจะเอาคางเกยไว้ นิ้วเรียวเลื่อนเม้าส์ไปคลิกที่ชื่อของฟิคชั่นสองสามเรื่อง หน้าจอที่เต็มไปด้วยกราฟิกและตัวหนังสือเด้งขึ้นมา คนตัวเล็กหันมากระตุกชายแขนเสื้อเขาเบาๆ

“นี่ไง เรื่องนี้แหล่ะสนุก ฉาก NC แรงดี ไม่รู้คิดได้ยังไง” ปิดท้ายด้วยเสียงหัวเราะใสๆตามสไตล์เจ้าตัว ยุนโฮยื่นใบหน้าเข้าอ่านใกล้ๆ ใกล้เสียจนเกือบจะไปเกยอยู่บนเข่าแจจุงเช่นกัน ...เขาชอบที่จะนั่งอ่านฟิคชั่นกับคนตัวเล็กคนนี้ที่สุด หลังจากที่ลองชักชวนคนอื่นๆในวงแล้วดูเหมือนว่าจะพากันส่ายหน้าหมด ยกเว้นเจ้าคนหน้าหวานที่นิสัยไม่ได้ไปด้วยกันกับใบหน้า พอเขาเอ่ยปากชวนปั๊บ แจจุงเป็นต้องทำหน้าอยากรู้อยากเห็นแล้วเป็นต้องกระโดดมานั่งอ่านด้วยซ้ำไป หนักๆเข้าก็นั่งพากย์เสียงตัวเองเล่นๆเพื่อจินตนาการสมจริง ปิดท้ายด้วยการหัวเราร่วนอย่างไม่รู้สึกกระดากอายแม้สักนิด หลังๆมานี้ดูเหมือนเจ้าตัวจะติดใจ เลื่อนขั้นจากฟิคชั่นเนื้อหาน่ารักกุ๊กกิ๊กเป็นเนื้อหารุนแรงอย่างฉากรักระหว่างเขากับแจจุง แต่เจ้าตัวดีก็ยังคงทำทะลึ่งทะเล้นเหมือนเดิม นั่งอ่านพร้อมเสียงพากย์หน้าตาเฉย ไม่พอลากเอาเขามานั่งพากย์ด้วยอีกคน ...ยังดีที่วันนี้น้องๆคนอื่นๆออกไปทำธุระข้างนอกกันหมด ไม่อย่างนั้นคงได้โวยวายลั่นบ้านกับเสียงซับไตเติ้ลประกอบฟิคชั่นอันสมจริงสมจังที่สุดจากเจ้าตัวป่วนเป็นแน่แท้

คิมแจจุงตัวจริงไม่ได้อ่อนหวานน่ารักเหมือนในฟิคชั่นเลยแม้แต่น้อย ถ้าเป็นผู้หญิงก็คงเรียกได้ว่าเป็นทอมเปรี้ยวเลยก็ว่าได้ นิสัยขวานผ่าซากที่เจ้าตัวชอบพูดแสดงความคิดความรู้สึกออกมาตรงๆ แถมยังทะลึ่งตึงตังไปเสียทุกเรื่อง และไม่คิดอะไรให้มากมายนักอย่างคนอื่นๆเขา แจจุงจึงเป็นเพื่อนซี้ที่ยุนโฮพอใจที่สุด

“นี่นะ... พออ่านถึงตรงนี้นะ ฉันน่ะครางลั่นเลย ไม่รู้อะไรนักหนาล่ะ ของนายมันไม่น่าจะเข้าไปได้ขนาดนั้นเลยนะ ไม่รู้ทำไมคนแต่งเขาถึงคิดว่าฉันจะครางแบบนั้น” คนทะลึ่งก็ยังคงไม่หยุดพูดจาทะลึ่งๆกรอกหูเขา ยุนโฮนั่งอ่านไปเงียบๆอย่างมีสมาธิกับการใช้จินตานาการ ตาเรียวคมยังคงจับจ้องที่ตัวหนังสือบนหน้าจอก่อนจะเป็นคนกดเลื่อนเม้าส์ลงมาเสียเอง ...แจจุงเห็นเพื่อนมีสมาธิจดจ่อกับฟิคชั่นที่อ่านอยู่เหลือเกินจึงไม่คิดอยากจะกวน เขาอ่านเรื่องนี้ไปแล้ว แล้วก็ไม่คิดอย่างจะสปอยล์เพื่อนด้วย จึงยอมนั่งเงียบๆดูเพื่อนอ่านไปเฉยๆ

...ทีแรกเขาเองก็ไม่ได้ชอบนักหรอก เพียงแต่มันเกิดมาจากความสงสัยเท่านั้นแหล่ะว่าทำไมยุนโฮถึงได้ใช้เวลาพักผ่อนหลังจากทำงานอันแสนมีค่า แทนที่จะไปนอนหลับหรือดูทีวีเล่นเกมส์ ร่างสูงๆของเพื่อนรักกลับขลุกอยู่ในห้องคอมได้ตั้งนานสองนาน แต่แล้วก็ได้พบคำตอบว่าเพื่อนตัวโตของเขากำลังติดฟิคชั่นเรื่องหนึ่งที่อ่านค้างเอาไว้ในเว็บบอร์ด ด้วยความอยากรู้ว่ามันสนุกอะไรนักหนา เขาถึงได้ยอมนั่งอ่านเป็นเพื่อน แล้วก็พบว่ามันสนุกมากจริงๆที่เอาเขาทั้งคู่ไปเป็นจินตนาการเขียนเรื่องราวความรักของพวกเขาออกมาแบบนั้น บางเรื่องก็สั้น บางเรื่องก็ยาว บางเรื่องก็ตลก บางเรื่องก็เศร้า จากคิมแจจุงที่พูดมากไร้สาระกวนประสาทไปวันๆเลยกลายเป็นแฟนฟิคชั่นตัวเอ้ไปเลยเสียอย่างนั้น

ยุนโฮเป็นคนไม่ซีเรียสขนาดแจจุงตั้งหัวข้อแปะหน้าผากเอาไว้เลยว่า ”ติงต๊อง” เจ้าเพื่อนตัวโตคนนี้ชอบนั่งเพ้อฝันถึงอนาคตแสนน้ำเน่าที่ปรากฏอยู่ได้ตามหน้านิยายชายหญิงทั่วไป เขาเองไม่ได้มีนิสัยชอบนั่งฝันเฟื่องเป็นสาวน้อยแบบนั้น แต่ก็ไม่รู้ทำไมคู่คนละขั้วอย่างเขาและยุนโฮถึงได้กลายมาเป็นเพื่อนซี้กันได้ รูปแบบการใช้ชีวิตก็ต่างกัน มาถูกคอกันสุดๆก็ตอนนั่งอ่านฟิคชั่นแบบนี้ เขารู้สึกดีใจที่จินตนาการของยุนโฮไม่ได้มีแต่นิยายชายหญิงน่าเบื่อๆ กลับมีนิยายชายกับชายโดยมีตัวชูเรื่องเป็นคู่ของพวกเขาเอง เรื่องราวเหนือจินตนาการที่แจจุงรู้สึกทึ่งในฝีมือการสร้างสรรค์ของบรรดาไรท์เตอร์ทำให้คนอยากรู้อยากเห็นอย่างแจจุงรู้สึกสนุก คนขี้เล่นถึงได้กลายร่างมาเป็นคนติดฟิคชั่นไปโดยปริยาย เนื่องด้วยแจจุงต้องการรู้ว่าเขาและยุนโฮนั้นถูกจินตนาการเอาไว้แบบไหน ยิ่งได้มาอ่านเรื่องราวที่มีฉากรักระหว่างเขากับยุนโฮแล้วยิ่งสนุกเข้าไปใหญ่ เพราะบรรดาไรท์เตอร์ได้จินตนาการถึงพวกเขาเอาไว้อย่างเกินคาดจริงๆ

ตาโตหวานนั่งมองเพื่อนอ่านอยู่ได้ตั้งนานแล้ว คนอยู่ไม่สุขเริ่มรู้สึกเบื่อขึ้นมาตามนิสัย ขยับตัวยุกยิกแล้วล้วงมือเข้าไปใต้ชายเสื้อเกาพุงน้อยๆแกร่กๆอย่างไม่มีจริต ก่อนจะไล่สายตาขึ้นอ่านบนจอตามเพื่อนรักที่นั่งเงียบอยู่ตั้งนานสองนาน ...บรรทัดที่พิมพ์เสียงครางอืออาที่ดูแล้วคิมแจจุงตัวเป็นๆคนนี้ก็ไม่น่าจะทำได้อย่างนั้น ตาเรียวของยุนโฮกำลังจับจ้องอยู่บนนั้น ฉากที่บรรยายว่ายุนโฮกำลังสอดแทรกร่างกายเข้ามาในร่างเขาทำให้แจจุงต้องเลื่อนสายตาลงไปมองกายท่อนล่างของเพื่อนที่นั่งเรียบร้อยอยู่บนเก้าอี้อย่างช่วยไม่ได้ ...คนขี้สงสัยจ้องตรงลงไปอย่างไม่ปิดบังพร้อมความสงสัยที่ถูกจุดขึ้นในหัวสมองเต็มเปี่ยม

“นี่ยุนโฮ” เสียงหวานเอ่ยเรียกเพื่อนซี้ให้ละสายตาจากหน้าจอมาที่เขา แจจุงยังคงนั่งอยู่ท่าเดิม หากแต่สิ่งที่ทำให้ยุนโฮตกใจจนสะดุ้งคือสายตาของคนหน้าหวานที่จับจ้องลงมายังเป้ากางเกงเขา ริมฝีปากอิ่มแดงยู่ยื่นออกมาเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามคำถามที่ทำให้ยุนโฮถึงกับชะงักนิ่งไป

“นายคิดว่าไอ้นั่นของนายน่ะ มันจะใส่เข้ามาในตัวฉันได้จริงๆเหรอ?” น้ำเสียงบ่งบอกถึงความจริงจังน้อยเสียเมื่อไหร่ คนขี้สงสัยมองหน้าเพื่อนรักอย่างหวังเอาคำตอบ ยุนโฮรู้สึกเหมือนกลืนน้ำลายลำบาก เจ้าเพื่อนตัวดีเล่นถามออกมาตรงๆแบบนี้ จะให้เขาตอบมันกลับว่ายังไงดี? ...แจจุงเห็นสายตาคนข้างตัวมองต่ำลงไปที่ตัวคำถามทั้งของเขาและของยุนโฮเอง มือขาวจัดเลยฟาดหนักๆที่ไหล่หนาให้คนมองได้สติกลับมา

“บ้าน่า ถามเล่นๆ ก็เรากำลังอ่านฟิคชั่นกันอยู่ใช่ไหมล่ะ? พอดีบรรทัดนี้...” นิ้วเรียวส่งออกไปจิ้มอยู่กลางจอแล้วลากลงมาที่อีกราวๆ 4-5 บรรทัด “...ถึงตรงนี้น่ะ มันมีฉากนั้นพอดี ไรท์เตอร์เขาบรรยายซะอย่างกับว่าฉันเป็นผู้หญิง อะไรมันจะใส่เข้าไปง่ายขนาดนั้น ...นายคิดว่าของจริงๆนายจะเอาเข้าไปได้ไหมล่ะ?” ร่างสูงมองหน้าเพื่อนรักที่ยังคงขยับปากฉ่ำๆถามเจื้อยแจ้วไปเรื่อย โดยหารู้ไม่ว่าคำพูดของตัวเองได้ทำให้คนฟังเริ่มคิดตามอย่างช่วยไม่ได้

“คง... เข้าไม่ได้หรอกมั้ง”

“เหรอ... นั่นสินะ ตรงนั้นน่ะเล็กจะตาย มันจะเข้าไปได้ยังไงกันล่ะ ไม่ใช่ผู้หญิงซะหน่อย โครงสร้างของผู้ชายไม่ได้มีไว้เพื่อทำกันเองเสียเมื่อไหร่ ตามหลักฟิสิกส์แล้วมันคงเข้าไปไม่ได้หรอก” เสียงหัวเราะขำๆที่ปล่อยออกมาปิดท้ายข้อสันนิษฐานของตัวเองนั้นไม่ได้ผ่านเข้าหูยุนโฮเลยแม้แต่น้อย คนตัวโตกว่าเริ่มรู้สึกร้อนตามร่างกายและใบหน้า ร่างสูงกลับกำลังคิดตามที่คนตัวเล็กพูด ...ถ้าหากส่วนนั้นของเขารุกเข้าไปในตัวแจจุง มันจะเข้าไปได้ยังไง? ด้วยวิธีไหน? หรือเหมือนกับฉากรักที่มีในฟิคชั่นอย่างนั้นหรือ?...

“เดี๋ยวสิ แล้วพวกเกย์ล่ะยุนโฮ? เกย์เค้าก็ต้องทำกันไม่ใช่เหรอ? ถ้าอย่างนั้นเข้าจะทำยังไงล่ะ???” คนขี้สงสัยก็ยังคงถามได้ไร้เดียงสาเหมือนเดิม ไม่ได้สนใจความร้อนที่เริ่มวิ่งขึ้นวิ่งลงไปทั่วร่างกายของเพื่อนข้างตัวเลยแม้แต่น้อย ยุนโฮรู้สึกว่าคำถามของร่างบางข้างตัวชักมากเกินความอยากรู้ไปเสียแล้ว

“นาย... ถามเรื่องพวกนี้ไปทำไมเนี่ย?”

“ก็ฉันอยากรู้นี่ เนื้อเรื่องพวกนี้เกิดจากจินตนาการทั้งนั้น เดี๋ยวก็บอกว่าฉันสวย ฉันหวาน ฉันเรียบร้อยน่ารักอย่างนั้นอย่างนี้ ...ทำอย่างกับเคยมาสัมผัสจริงๆอย่างนั้นแหล่ะ ใครจะรู้จักตัวจริงของฉันเท่านายล่ะ จริงไหม?” แจจุงหัวเราะเสียงขึ้นจมูกพลางขยับเม้าส์ไปเปิดหน้าต่างฟิคชั่นขึ้นมาเพิ่มเติมเพื่อหาข้อมูลมาถกเถียงกับยุนโฮถึงประเด็นนี้ ...น่าแปลกที่ยุนโฮกลับคิดตาม ตาเรียวมองไปตามร่างกายของเพื่อนซี้ข้างตัวทีละอย่าง ...เขากับแจจุงนั้นใกล้ชิดกันมาก แม้กระทั่งตอนนี้ เขากลับไม่เคยรู้เลยว่าแจจุงมีภาพลักษณ์ตามที่ไรท์เตอร์หลายๆคนบรรยายเอาไว้ในฟิกชั่นนั่นล่ะ สวยเกินหน้าผู้หญิง แม้จะไม่อ่อนหวานสักเท่าไหร่แถมยังทะลึ่งตึงตังไม่ได้น้อยไปกว่าเขาเลย แต่เขาก็ไม่ได้คิดว่าแจจุงไม่ใช่คนน่ารัก ...น่ารักสำหรับผู้ชายเนี่ยอ่ะนะ?

“นายก็มีแฟนคลับเป็นผู้ชายเยอะนี่ พวกนั้นอาจจะมองว่านายน่ารักก็ได้” แจจุงหันมาค้อนเขาควับ ก่อนเจ้าตัวดีจะเบ้หน้าปุเลี่ยนๆ

“แหวะ ไม่เอาอ่ะ ผู้ชายที่ฉันรับได้มีแต่นายเท่านั้นแหล่ะ คนอื่นไม่เอา” น้ำคำที่ฟังเหมือนเอาใจไม่ได้ช่วยให้ร่างสูงรู้สึกดีเลยแม้แต่น้อย ความร้อนวูบวาบตั้งแต่ที่ร่างบางตั้งคำถามแล้วปล่อยให้เขานั่งจินตนาการอยู่ข้างอย่างนี้ หัวสมองที่บรรจุอยู่ในกระโหลกเล็กๆของยุนโฮกำลังทำงานหนัก รู้สึกร้อนตั้งแต่นั่งอ่านฉากรักรุนแรงของเขากับแจจุงในฟิคชั่นแล้ว เห็นทีจะต้องทำอะไรสักอย่างกับมันเสียแล้วล่ะ...

หากแต่แจจุงเพื่อนรักอันดับหนึ่งก็ยังไม่สนใจอาการประหลาดๆที่เกิดขึ้นกับเขาอยู่ดี เจ้าเพื่อนตัวดียังคงนั่งเปิดฟิคชั่น NC ขึ้นมาเรียงกันเป็นตับอยู่บนหน้าจอ เท่านั้นยังไม่พอ ปากสวยๆยังพูดพล่ามบรรยายฉากรักบนหน้าจอออกมากรอกหูยุนโฮไม่หยุด ...แล้วมีหรือที่คนช่างจิ้นอย่างยุนโฮจะไม่จินตนาการตามไปด้วย

“อันนี้ก็อีก โอ้โห จินตนาการของไรท์เตอร์พวกนี้ไม่ธรรมดาเลยนะยุนโฮ ...ฉันชักอยากรู้แล้วล่ะว่าของจริงมันจะเหมือนในฟิคชั่นไหม”

“หมายความว่าไง?” ยุนโฮยังไม่ทันจะได้รับคำตอบ อยู่ๆคนตัวเล็กก็กระเด้งตัวขึ้นมานั่งเสียหน้าเกือบชิดจอคอม เลื่อนเม้าส์ไปคลิกอะไรอยู่สามสี่ทีก่อนที่ยุนโฮจะได้ยินเสียงครืดคราดของเครื่องปริ้นท์ที่เริ่มทำงานอยู่ข้างๆตัว กระดาษ A4 ประมาณ 2 แผ่นถูกคายออกมาจากเครื่องปริ้นท์เมื่อเสียงการพิมพ์ของมันช่างคล้ายคลึงกับเสียงสำรอกเสียเหลือเกิน แจจุงเอื้อมมือข้ามหน้ายุนโฮไปหยิบมันออกมาไว้ในมือ รอยยิ้มดุจนางฟ้าทำเอายุนโฮใจหายวาบ รู้สึกถึงลางร้ายขึ้นมาไวๆในทันทีที่ปากสวยๆนั่นขยับเอ่ยคำพูดเหลือเชื่อ

“เรามาลองทำกันเถอะ”

“หา?!” ยุนโฮลุกออกจากเก้าอี้แล้วไปยืนอยู่ตรงประตูทันทีราวกับติดสปริงเอาไว้ที่ก้นก็ไม่ปาน แจจุงหัวเราะพรืดออกมาก่อนหันเก้าอี้มาทางเขา โดยที่ขาข้างหนึ่งยังชันขึ้นมาวางบนเก้าอี้เหมือนเดิม

“ไอ้บ้า ไม่เคยอ่านหนังสือโป๊แล้วช่วยตัวเองตามไปด้วยเหรอไง ...ก็เหมือนๆกันนั่นแหล่ะ”

“บ้าไปแล้ว!”

“อย่ามาว่าฉันนะ!” คนตัวเล็กแหว ก่อนเสียงใสๆจะพล่ามแจกแจงต่อ “ก็คนมันสงสัยนี่หว่า พวกเราไม่ใช่เกย์ซะหน่อย เรื่องพวกนี้ถ้าไม่พิสูจน์ก็ไม่หายสงสัยหรอก นายไม่อยากรู้เหรอไง?” ...ไม่แจจุงก็เขาที่ประสาทกลับ คนตัวเล็กเอากระดาษสองแผ่นที่ยังคงถือเอาไว้ในมือบางขึ้นมาโบกไปมาช้าๆ น้ำเสียงฟังดูยั่วยวนอย่างประหลาด แต่อย่างน้อยๆยุนโฮก็ยังมีสติพอที่จะตอบกลับไปได้

“ทำไมฉันจะต้องอยากรู้?”

“นายไม่อยากรู้แต่ฉันอยากรู้นี่”

“อยากรู้อะไรของนายฟะ?” แจจุงหัวเราะขึ้นจมูกก่อนจะก้าวตรงมาหาเขาช้าๆ เป็นเพราะเขายังอ่านฟิคชั่นค้างเอาไว้อยู่หรือเปล่าก็ไม่อาจทราบได้ ยุนโฮรู้สึกร้อนขึ้นเมื่อแจจุงเดินเข้ามาชิด ...คิดไปเองหรือเปล่าว่าคนตัวบางดูเหมือนจะยั่วยวนอยู่หน่อยๆ...? เสียงหวานนุ่มของแจจุงเอ่ยเบาๆแต่ชัดเจนพอที่จะทำให้ความร้อนในร่างยิ่งพุ่งสูงขึ้นไปอีกในขณะที่แจจุงยังคงไม่รู้สึกอะไรเลย

“ฉันอยากรู้ว่าของนายจะใส่เข้ามาในตัวฉันยังไง แล้วตอนนายทำกับฉัน ฉันจะครางแบบนั้นเหมือนในฟิคชั่นหรือเปล่า ...ฉันอยากรู้จริงๆนี่ ทำกับฉันหน่อยน๊า ผู้ชายกับผู้ชายไม่เสียหายหรอกน่า ฉันยอมยกเวอร์จิ้นให้นายฟรีๆเลยอ่ะ”

“เฮ้ย?!” ยุนโฮรู้สึกว่าความร้อนเริ่มมาวิ่งวนอยู่บนใบหน้า ตาเรียวจ้องตรงไปที่ร่างกายบอบบางที่ยืนอยู่ตรงหน้าขึ้นๆลงๆโดยไม่ได้ตั้งใจ หน้าตาคนพูดไม่แสดงเจตนาอย่างประโยคที่ปากสวยๆนั่นเอ่ยมาแม้สักนิด ...ถ้าไม่รู้สึกอะไรก็อย่ามาพูดจาเชิญชวนคนอื่นเค้าสิฟะ!...

“ตกใจอะไรฟะ?!” แจจุงแหว หน้าหวานๆเริ่มงอง้ำ ไม่รู้คิดเองอีกหรือเปล่าว่าแก้มขาวๆของเจ้าตัวยุ่งเริ่มแดงขึ้นมาน้อยๆแล้ว ...หรือว่าไอ้ที่บอกว่ายังเวอร์จิ้นอยู่นี่มันจะเป็นเรื่องจริง?...

“นายยังไม่เคย...อีกเหรอ?”

“ไอ้ประสาท! ฉันหมายถึงเวอร์จิ้นกับผู้ชายเว้ย ถ้ากับผู้หญิงฉันก็พอๆกับนายน่ะแหล่ะ” ร่างบางขยับเข้าไปใกล้ ใกล้เสียจนสามารถรับรู้ถึงลมหายใจร้อนๆของร่างสูงกว่า ตากลมสวยมองต่ำลงไปด้านล่าง... เป้ากางเกงเข้ารูปของเพื่อนตัวโตนี่เริ่มพองคับขึ้นมาเรื่อยๆตั้งแต่ประโยคเชิญชวนเมื่อครู่ ...ยุนโฮมองเห็นรอยยิ้มในแววตาของคนตัวเล็กที่สูงเพียงแค่ปลายคางเขา เสียงทุ้มเอ่ยถามเบาๆอีกครั้ง

“คิดดีแล้วเหรอไง?”

“ไม่เห็นต้องคิดมากเลย ก็คิดซะว่าเพื่อการศึกษาสิ” เสียงหวานตอบอย่างยั่วเย้าอยู่ที่ปลายเสียง รอยยิ้มยั่วยวนจุดขึ้นบนริมฝีปากอิ่มสวยให้หน้าหวานๆนั้นชวนมองขึ้น ตาเรียวคมของคนตัวโตจ้องลึกลงไปในดวงตากลมโตของคนขี้เล่นแสนยั่วที่จ้องกลับอย่างท้าทาย ...แต่ถึงอย่างนั้นยุนโฮก็ยังเอ่ยคำถามที่น่าจะโยนทิ้งไปได้สักทีอยู่ดี

“ทำไมต้องเป็นฉัน?” คำถามกวนใจให้คนกำลังบิลด์อารมณ์กระตุกใบหน้าขึ้นมามองร่างสูงวืบ แจจุงเอามือเท้าเอวก่อนพูดออกมาเสียงดังฟังชัด

“ไอ้นี่... ฉันไม่ได้มั่วนะเว้ย! ถึงเป็นผู้ชายฉันก็เลือก บอกแล้วไง...คนอื่นน่ะฉันรับไม่ได้ แต่ถ้าเป็นนายฉันยอม” สิ้นคำแจกแจงของคนช่างพูด หนนี้ยุนโฮเป็นสาวเท้าเข้าไปหาเสียเอง เท้าใหญ่เดินต้อนเท้าเล็กให้ผู้เป็นเจ้าของเดินถอยหลังไปสุดอยู่ตรงโต๊ะคอมพิวเตอร์ ดวงหน้าหล่อเหลาของเพื่อนซี้โน้มลงมาใกล้ก่อนจะเลยไปกระซิบถามเสียงกระเส่าอยู่ข้างใบหูให้คนฟังหัวเราะคิกด้วยรู้สึกจั๊กจี้

“ห้ามเปลี่ยนใจนะ”

“ไม่งั้นจะชวนเหรอไง ไอ้บ้า” มือขาวจัดยกขึ้นดันไหล่หนาออกก่อนจะเป็นฝ่ายเดินนำไปที่ประตูห้อง ในมือยังคงถือกระดาษที่ปรินท์ออกมาโบกขึ้นๆลงๆ ก่อนจะหันกลับมาเรียกคนตัวโตที่ยังยืนเอ๋ออยู่กับท่าทีของคนขี้เล่น

“ไปที่เตียงเถอะ เพราะในฟิคชั่น นายกับฉันทำกันบนเตียง”

 

ห้องชุดทงบังชินกิดูเงียบไปถนัดตา ในเมื่อห้องนั่งเล่นก็ไม่ได้เปิดทีวี ไม่มีเสียงดนตรีออกมาจากห้องทำงาน แม้ว่าหน้าจอคอมพิวเตอร์จะเปิดทิ้งเอาไว้อยู่ก็ตาม ...มันเป็นเช่นนั้นเมื่อพี่ใหญ่ของวงทั้งสองย้ายเข้าไปทำการทดลองพิสูจน์ความสงสัยของตัวแสบประจำวงอย่างคิมแจจุงกันอยู่ในห้องนอน เตียงกว้างหลังใหญ่นั้นพอสำหรับคนสองคนอยู่แล้ว เมื่อทั้งสองมาถึงห้อง คนตัวเล็กก็ทิ้งร่างลงนอนบนเตียงโดยไม่สนใจว่าเสื้อแขนยาวที่ตนสวมใส่อยู่นั้นจะเลิกขึ้นจนเห็นหน้าท้องขาวๆที่แบนราบ และก็ไม่คิดที่จะดึงเสื้อลงมาปิดสักนิด ทิ้งให้มันเปิดเลิกขึ้นอวดสายตาคนตัวโตที่ยืนมองอยู่ปลายเตียง

“อ่านก่อนแล้วค่อยทำ เอาให้เหมือนนะ ถ้าไม่เหมือนฉันจะหาว่านายข่มขืนฉัน” ยุนโฮตามลงมานั่งพลางยื่นมือไปรับกระดาษ 2 แผ่นนั้นมาอ่าน เมื่อเจ้าตัวยุ่งเห็นว่าคิ้วเข้มๆของเพื่อนตัวโตเริ่มขมวดมุ่นนิดๆเหมือนกำลังอ่านสูตรเลขยากๆ สองแขนก็ยันร่างตัวเองขึ้นไปแหมะอยู่บนหลังกว้าง เกยคางแหลมๆเข้ากับไหล่ของยุนโฮอย่างถือสิทธิ์แล้วยื่นหน้าเข้าไปราวกับว่าจะอ่านด้วย

“รู้เรื่องยัง?”

“มันต้องจูบก่อน” เสียงทุ้มนุ่มที่น่าฟังเหลือเกินในยามนี้ดังอยู่ข้างหูแจจุงจนรู้สึกจั๊กจี้ ใบหน้าหล่อคมของเพื่อนรักเอียงมาทางเขาเล็กน้อย ริมฝีปากอิ่มหนาของเจ้าตัวจึงอยู่ในระดับสายตาของแจจุงพอดี ตากลมโตเผลอมองตรงไปที่ปากของยุนโฮเสียจนเจ้าตัวรู้สึกได้ กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็เมื่อสายตาของเพื่อนรักมองกลับมาเหมือนกันนั่นแหล่ะ ไม่รู้ทำไมอยู่ๆก็รู้สึกเขินขึ้นมาเหมือนกำลังมองยุนโฮในมุมที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เจ้าตัวดีกระตุกตัวหนีถอยวูบไปอยู่ข้างหลังจนคนตัวโตกว่าต้องหันไปมองงงๆ

“ได้ยินที่ฉันพูดไหมเนี่ย?”

“หา? อะไร??” แจจุงถามกลับเสียงสูง ...ไม่รู้ยุนโฮรู้สึกไปเองหรือเปล่าว่าเห็นเหมือนแจจุงกำลังตื่นเต้น ใบหน้าสวยๆแดงเรื่อจนรู้สึกชวนมอง เขาขยับเข้าไปใกล้อีกนิด ...จนคนตัวเล็กอยู่นิ่งๆแล้วก้มหน้างุดหลบตาเขาอยู่อย่างนั้นนั่นแหล่ะ ยุนโฮรู้สึกขำกับปฏิกิริยาประหลาดของเพื่อน แน่นอนว่าเขารู้แล้วว่าเจ้าเพื่อนตัวดีคงเริ่มรู้สึกอาย ...แต่จะให้เขาเลิกกลางคันน่ะหรือ? ไม่มีทางซะหรอก ได้โอกาสแกล้งแล้วก็ต้องเอาซะหน่อย
ใบหน้าคมยื่นเข้ามาใกล้ๆกับใบหูแดงเรื่อ ก่อนจะเอ่ยช้าๆเบาๆราวกับจะย้ำให้เข้าใจถึงขั้นตอนตามที่ได้บอกให้อ่านให้เข้าใจแล้วมาทำกับเขา แจจุงเอียงใบหน้าหลบอย่างช่วยไม่ได้เมื่อลมร้อนๆที่เป่ารดทำให้คนบ้าจี้ง่ายอย่างเขารู้สึกจั๊กจี้

“ในนี้มันบอกว่าฉันต้องจูบนายก่อน” ตากลมโตเหลือบมองใบหน้าเพื่อนตัวโตก่อนเสหน้าหนีไป ทำให้คนมองหลุดขำออกมาอย่างช่วยไม่ได้ แจจุงหันมาแยกเขี้ยววิบก่อนแหวออกมาเสียงดัง

“ก็จูบสิ!” ยุนโฮคลี่ยิ้มอ่อนโยนก่อนมือหนาจะรั้งใบหน้าอายๆที่เสหลบอยู่นั่นแล้วให้หันมามองกันตรงๆเสียที ...สองแก้มของแจจุงร้อนผ่าวจนเขารู้สึกได้ พอยื่นหน้าเข้าไปใกล้อีกนิดเจ้าตัวกลับหลับตาปี๋เสียอย่างนั้น ทิ้งคราบคนทะลึ่งทะเล้นที่เป็นฝ่ายออกปากชวนเขาไปเสียหมดสิ้น ยุนโฮลองกดริมฝีปากสูงขึ้นไปที่หน้าผากก่อน หว่านจูบหวานๆไปทั่วใบหน้าเนียนที่ร้อนผ่าว ก่อนกดจูบร้อนแรงผิดกันเข้าไปที่กลีบปากอิ่มสวยเสียจนเจ้าของสะดุ้งเฮือก เลาะเล็มไปทั่ว คลายออกแล้วกดจูบเข้าไปใหม่ ไล้ปลายลิ้นเบาๆเพื่อบอกให้เพื่อนรักเปิดปากให้ลิ้นเข้าได้เข้าไป แจจุงครางเบาๆเมื่อรสจูบทำให้รู้สึกวูบไหวราวกับเคลิบเคลิ้ม เอนแผ่นหลังลงนอนบนเตียงนุ่มโดยไม่วายขยุ้มเสื้อคนตัวโตให้ล้มลงมานอนทาบทับ ยุนโฮยังคงบดเบียดริมฝีปากแลกจูบร้อนกับแจจุงอยู่อย่างนั้น หากทว่าบางอย่างไปไวกว่านั้น มือหนาสอดเข้าลูบไล้ผิวเนื้ออ่อนนุ่มของคนใต้ร่าง ก่อนดึงขึ้นมาตรงๆพลางถอนจูบออกช้า เส้นทางน้ำใสเชื่อมระหว่างเขาทั้งคู่เมื่อใบหน้ายังคงแนบชิด ยุนโฮมองตาโตหวานฉ่ำปรอยด้วยแรงอารมณ์ก่อนเอ่ยขึ้นมาเบาๆทั้งที่ยังกดจูบร้อนๆไปทั่วใบหน้าและเริ่มไหลลงไปที่ลำคอขาวช้าๆ

“ถอดเสื้อ แจจุง”

“อืม... นายก็ถอดสิ” เสียงเหมือนยังมัวเมาอยู่ในรสจูบเปล่งออกมาเบาๆจากในลำคอแค่พอได้ยินเพียงเล็กน้อย ยุนโฮยันกายขึ้นด้วยแขนสองข้างทันที จ้องตรงไปที่ใบหน้าหยาดเยิ้มข้างใต้ก่อนพูดประโยคพาซื่อ

“ในนี้ไม่ได้บอกว่าฉันถอดนี่” คำพูดที่ร่างสูงสวนขึ้นมาทำให้ตาปรือๆโตขึ้นมาทันทีก่อนเจ้าตัวจะหันไปแหวใส่เสียงดัง ...ใจคอเอ็งจะทำตามในนั้นเป๊ะเลยเร๊อะอิหมี???... (ก็หล่อนบอกให้เขาทำให้เหมือนไม่ใช่เรอะ)

“นายเป็นคนทำนายก็ถอดสิฟะ!” ยุนโฮทำหน้าเหมือนเข้าใจ ก่อนสองมือจะสอดเข้าไปไล้ผิวเนื้ออุ่นนิ่มภายใต้อาภรณ์ที่ปกปิดอยู่ สร้างอารมณ์วาบหวามนิดๆให้คนตัวบางที่สุดแสนจะบ้าจี้ ยิ่งปลายนิ้วเรียวลากผ่านแนวเอวคอด แจจุงก็ยิ่งบิดตัวหนี หัวเราะคิกด้วยความจั๊กจี้ เสียงครึมครางเบาๆในลำคอเมื่อร่างบางขยับตัวหนีให้ความรู้สึกประหลาด มือหนาจึงตัดสินใจดึงเสื้อที่ปกปิดร่างกายของแจจุงออกทางหัว ยุนโฮจ้องมองเรือนกายขาวเนียนของแจจุงก่อนจะไล้มือตามแต่ละส่วนช้าๆ ผิวนุ่มลื่นชวนสัมผัสทำให้เขารู้สึกดียามไล้มือไปทั่วอย่างนี้

“สวยดีนี่” เอ่ยชมก่อนที่จะก้มลงไปจัดการกับซอกคอขาวที่จ้องเอาไว้นานแล้วก่อนที่เจ้าตัวจะสั่งถอดเสื้อ แจจุงหัวเราะคิก

“นายคิดว่าฉันเป็นใครไม่ทราบ ยองอุงแจจุงเชียวนะ”

“ในนี้นายไม่ได้พูดมากอย่างนี้นี่” เสียงตอบกลับดังมาจากใต้คาง แจจุงรู้สึกแฉะนิดๆที่ลำคอก่อนจะรู้สึกเจ็บจี๊ดเหมือนถูกมดกัด แน่นอนว่าเขารู้แล้วว่ายุนโฮดูดคอเขา ถ้าเดินไปส่องกระจกตอนนี้มันต้องเป็นรอยแน่ เมื่อได้ยินดังนั้นก็ทำให้คนพูดมากอดที่จะถามกลับไม่ได้

“แล้วฉันทำอะไร?” เขารู้สึกว่าปลายผมเย็นๆของยุนโฮไล้ต่ำลงไปเรื่อยๆ แต่ความรู้สึกที่อยู่ๆก็เจ็บจี๊ดเหมือนถูกมดกัดยังคงมีอยู่เรื่อยๆแถวๆแผ่นอก

“นายทำอะไรน่ะเหรอ” นานกว่ายุนโฮจะตอบเขากลับ ร่างสูงเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มยียวนให้ทีหนึ่ง “นายก็ครางไง”

“อ๊ะ!” แจจุงร้องออกมาทันทีเมื่อยุนโฮไล้ลิ้นลงบริเวณยอดอกนุ่มที่เริ่มแข็งชัน โดยที่อีกข้างหนึ่งถูกปลายเล็บมือขวาของร่างด้านบนจิกคลึงจนมีสภาพไม่ต่างกัน ...ไม่ต้องถามเลยว่าแจจุงรู้สึกอย่างไร ความรู้สึกจั๊กจี้เล็กๆปนหวิวซ่านแปลกๆก่อตัวขึ้นจนสองมือต้องยกขึ้นเกาะกลุ่มผมสีน้ำตาลเอาไว้หมายจะดันออกเพียงสักนิดก็ยังดี แต่กลับกลายเป็นว่าเรียวแรงดันหายไปเหมือนถูกสูบเมื่อเจ้าของลิ้นร้อนวนปลายลิ้นเสียอย่างนั้น ทำให้จากที่ตั้งใจจะดันออกแล้วบิดตัวหนีลิ้นสักเล็กน้อย กลายเป็นกดให้ใบหน้าและปลายลิ้นนั้นแนบชิดเข้ามาและบิดตัวเข้าหาสัมผัสมากกว่าเดิมอย่างควบคุมไม่ได้ ยุนโฮรับรู้ปฏิกิริยาขัดแย้งกันเองของเพื่อนรักอย่างนึกสนุก ก้มลงแนบใบหน้ากับเนินอกนุ่มก่อนจัดการไล้ลิ้นร้อนลงไป เขาได้กลิ่นน้ำหอมที่แจจุงมันฉีดเป็นประจำจากบริเวณนี้ เมื่อแนบต่ำลงไปอีกนิด เขาได้ยินเสียงหัวใจของคนตัวเล็กที่เต้นรัว ยุนโฮยิ้มร่าก่อนเอ่ยเสียงยียวนให้คนฟังได้สติ

“ไม่ยักจะหวานแฮะ”

“อึก... มันเป็นยังไง” แจจุงเอ่ยถามเสียงสั่นพร่า ยุนโฮละออกมาจากบริเวณนั้นเล็กน้อยก่อนตอบ

“เฉยๆ เหมือนเลียเนื้อธรรมดา แต่ว่ามันนิ่มดี”

“ให้ดูดหรือให้กัด?” อยู่ๆก็ถามเหมือนยังไม่ทันได้ทำอะไรกับร่างกายเขาสักนิด แจจุงผงกหัวขึ้นมามองเล็กน้อย ปลายนิ้วเรียวหยาบยังคงคลึงขยี้อยู่ที่ยอดออกที่เดิมของมัน ดวงตาที่ปรือปรอยตามแรงอารมณ์เจ้าของมองเห็นปลายยอดทั้งสองข้างแดงก่ำอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนแล้วรู้สึกอาย ใบหน้าหวานเสหนีไปอย่างช่วยไม่ได้

“ในนั้นนายทำอะไรก็ทำไปตามนั้นสิ”

“มันก็ทั้งกัดทั้งดูดอ่ะนะ”

“ก็ทำสิฟะ!!” แจจุงหันควับพลางส่งค้อนวงใหญ่ไปให้ ...แล้วมันจะถามความเห็นเขาทำซากอะไร!!!... ยุนโฮยิ้มเย็นก่อนก้มลงจัดการกับยอดอกอีกข้างตามที่ร่างบางบัญชา ยิ่งแจจุงบิดตัว เขาก็ยิ่งละเลงลิ้นร้อนลงไปให้หนักขึ้นทดแทนกันพร้อมกับมืออีกข้างที่ยังคงทำหน้าที่ของมัน ทั้งยังลูบไล้บีบคลึงไปตามผิวเนื้ออุ่นร้อน จนบัดนี้ร่างกายขาวเนียนของแจจุงแดงก่ำไปหมด ก่อนที่มือนั้นจะไล้ลงต่ำไปตามร่องสะดือ แล้วลากลงมาหยุดที่กนะดุมกางเกง ปลายนิ้งของร่างสูงค่อยๆแกะเม็ดกระดุมออกอย่างไม่รีบร้อน แล้วรีบไล้มือกลับขึ้นมาอย่างไม่ให้แจจุงจับสังเกตได้ (แน่นอนว่ามันเป็นไปไม่ได้ ฮ่าฮ่าฮ่า) ยุนโฮหยัดกายขึ้นมองก่อนจะกดจมูกลงไปที่แก้มนิ่มของร่างด้านใต้อย่างถือดี เพราะรู้ว่าคนที่นอนบิดตัวหอบหายใจอยู่คนนี้ไม่มีแรงจะแย้งเขาอย่างแน่นอน

“สวยชะมัดเลย …แล้วทำไงต่อ?” ...อันที่จริงเขาเองก็พอรู้แล้ว แต่ถึงอย่างนั้นก็อยากจะทำตามที่คนตัวบางสั่งอยู่ดี แจจุงขมวดคิ้วเล็กน้อยเหมือนนึกอยู่แป็ปหนึ่งก่อนตอบ

“นายต้องลงไปใช้ปากให้ฉัน”

“...ได้” พูดจบร่างสูงก็พุ่งตรงไปที่ส่วนล่างของแจจุงแทบจะในทันที ร่างบางหลุดเสียงครางเมื่อปลายลิ้นช่ำชองไล่หยอกมาถึงร่องสะดือ รวมทั้งมือข้างหนึ่งที่คลึงเคล้าอยู่แถวๆโคนขา ก่อนจะกระชากทีเดียวหลุดทั้งกางเกงตัวนอกและตัวในทำให้แจจุงต้องบิดตัวหนี แล้วงอร่างเข้าหากันโดยปฏิกิริยาตามธรรมชาติ แจจุงเปลือยเปล่าไปทั้งตัว แต่ยุนโฮก็ทำเหมือนไม่ใส่ใจจะพิจารณาเท่าไหร่นัก กลับตรงไปที่ส่วนล่างของร่างกายบอบบางทันที ปลายลิ้นร้อนไล้เลียข้างสะโพกที่บิดหนี ก่อนจะไล้มาตามต้นขาด้านในพลางจับแยกมันออกจากกัน ขาเรียวขาวเกร็งสั่นเมื่อลิ้นที่เปียกชื้นไล้ลงไปกลางหว่างขาตรงๆ ตวัดรับส่วนหน้าร้อนผ่าวเข้าไปในโพรงปากอย่างไม่นึกรังเกียจแม้สักนิด เสียงเฉอะแฉะยามที่ร่างสูงรูดรั้งปรนเปรอให้ทำให้หัวสมองแจจุงขาวโพลน สะโพกบางบิดเร่าอย่างเสียวซ่าน เขาไม่อาจหยุดคลื่นอารมณ์ที่หลั่งไหลออกมาอย่างมากมายได้ ซ้ำยังไม่นึกว่าปฏิกิริยาของตนเองจะเป็นเช่นนี้ ...เหมือนในฟิคชั่นไม่มีผิด

“ฮื๊อออออ ไม่... อะ... ไม่ไหวแล้ว”

“เป็นยังไงบ้าง”

“อะ... อ๊ะ!” แจจุงไม่ตอบ หากแต่ร้องครางเหมือนไม่ได้สติ สองมือบางจิกขยุ้มไปบนผ้าปูที่นอน ...ถึงอย่างนั้นยุนโฮก็ไม่ได้หยุดให้แต่อย่างใด กลับเร่งเร้าริมฝีปากและปลายลิ้นร้อนมากขึ้น ทั้งรูดรั้ง ไล้เลีย โพรงปากร้อนชื้นกลืนรับเข้าไปจนสุด ดูดเม้มจากโคนถึงปลาย สลับกับไล้เลียปลุกเร้าเลียดปลายประสาท ซ้ำไปมาจนส่วนที่แข็งขึงเต็มที่เริ่มชุ่มด้วยของเหลวใสตามเพลิงอารมณ์ที่ลุกโหม ...ทุกวิถีทางที่จะกระชากสติที่หลงเหลืออยู่แม้น้อยนิดออกไปจากร่างตรงหน้าให้ได้

“ฮะ! อึกกกก อ๊า!” ร่างบางกระตุกอย่างรุนแรงก่อนของเหลวข้นเหนียวจะฉีดพุ่งออกมาจากส่วนปลาย ทำให้คนที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวติดได้เลอะคราบน้ำที่ร่างตรงหน้าปลดปล่อยออกมาเต็มๆ ในระหว่างที่แจจุงนอนหอบหายใจอย่างหมดเรี่ยวหมดแรง ยุนโฮจัดการถอดเสื้อออกและใช้เสื้อนั่นแหล่ะเช็ดใบหน้าที่เปรอะเปื้อน แล้วเลื่อนมือลงปลดกางเกงของตนลงเพียงเล็กน้อย จัดการลงมาคร่อมร่างบางๆของแจจุงอีกครั้งโดยแทรกตัวอยู่ระหว่างขา ...ยุนโฮในตอนนี้ดูตัวโตกว่าแจจุงมากกว่าเดิมหลายเท่านัก ตากลมโตที่ยามนี้ปรือปรอยลงอย่างยั่วยวนด้วยแรงอารมณ์ซ้ำยังกอปรด้วยน้ำฉ่ำมองใบหน้าหล่อเหลาของเพื่อนที่เพิ่งปลดปล่อยอารมณ์ให้เขาไป อกบางกระเพื่อมไหวตามแรงหอบหายใจ ยุนโฮแย้มยิ้มยียวนอย่างยิ่งในความรู้สึกแจจุงก่อนเอ่ยถาม

“เหมือนในฟิคชั่นไหม?”

“...ยังไม่ถึงที่สุดสักหน่อย แต่ก็เริ่มคล้ายๆแล้วล่ะ …ต่อสิ” เสียงคนพูดยังติดอยู่ในอาการหอบ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่เลิกล้มความคิดอยากรู้อยากลอง ยุนโฮพยักหน้าช้าๆเหมือนต้องการจะบอกว่ารับรู้ก่อนจะยื่นนิ้วขึ้นมาตรงหน้าร่างบาง

“อ้าปาก” ไม่ต้องใช้ความคิดมากนัก แจจุงอ้าปากช้าๆทันทีที่เขาสั่ง ปลายนิ้วชี้กับนิ้วกลางข้างซ้ายของยุนโฮกดคลึงอยู่ที่ปลายลิ้นนุ่มสีชมพูอ่อน ก่อนจะส่งเข้าไปในโพรงปากให้ร่างบางได้ไล้เลีย แปลกที่แจจุงรู้สึกวาบหวามกับการกระทำนี้ สองนิ้วที่ขยับไหวอยู่ในโพรงปากกวาดต้อนน้ำลายเหนียวลื่นไปจากลิ้นเล็กเสียจนชุ่ม มีบ้างที่แจจุงทำเสียงเหมือนสำลักเมื่อปลายนิ้วของร่างสูงสอดเข้ามาในโพรงปากชื้นลึกเกินไป หยาดน้ำใสไหลเป็นทางจากมุมปากไปจรดกับแนวกราม ริมฝีปากและปลายลิ้นของแจจุงยังคงไล้เล่นกับปลายนิ้วของร่างด้านบนอยู่อย่างนั้น จนยุนโฮรู้สึกว่ามันเริ่มเปียกชุ่มติดนิ้วเขาแล้วจึงถอนนิ้วออกแล้วกดจูบลงไปแทน ปลายนิ้วเปียกชุ่มไล้ลงมาอยู่บริเวณปากทางด้านล่าง ร่างสูงจัดการป้ายนิ้วลงไปก่อนกดคลึงไปรอบๆ คนตัวเล็กร้องครางทั้งที่ยังที่ริมฝีปากเขาประกบทับอยู่อย่างนั้น สะโพกบางกระถดหนีอย่างไม่รู้ตัว ยุนโฮจัดการสอดนิ้วเข้าไปขยายเส้นทางตามที่ได้อ่านมาเพียงหนึ่งนิ้วก่อน แล้วจัดการเร่งจูบร้อนให้วาบหวามราวกับปลอบใจ เมื่อเห็นท่าทีที่ผ่อนคลายมากขึ้นจึงสอดผ่านเข้าไปอีกหนึ่งนิ้ว ...เพียงเท่านั้นร่างบอบบางก็บิดเร่า แจจุงสะบัดใบหน้าถอนจูบออกในทันที

“ฮิ๊ก อื๊อออ มัน”

“เจ็บเหรอ?” สุ้มเสียงแสดงความเป็นห่วงอย่างเต็มที่ ยุนโฮเตรียมจะถอนนิ้วออกมาจากช่องทางตึงรัด แต่ทว่าแจจุงกลับรั้งมือไว้

“เจ็บหรือเปล่า?”

“ปะ... เปล่า” ใบหน้าหวานเสหนีอย่างเคย แก้มเนียนๆบัดนี้แดงจัดชวนมองเป็นที่สุด ยุนโฮไม่เคยรู้สึกมาก่อนเลยว่าเพื่อนรักคนนี้จะน่ารักขนาดนี้ ...มือแกร่งบังคับสอดนิ้วกลับเข้าไปให้ลึกมากกว่าเดิม เขาเองก็ไม่อยากให้แจจุงร็สึกค้างๆคาๆ เพราะดูท่าทางแล้วร่างบางคงทรมานไม่น้อยเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมสอดคาอยู่ในร่าง

“ขยับแล้วนะ” ร่างบางพยักหน้าช้า ตอนนี้แจจุงรู้สึกวาบหวามระทดระทวยไปทั้งร่างเหมือนไม่เป็นตัวของตัวเอง เมื่อปลายนิ้วแข็งที่สอดค้างอยู่ในร่างเริ่มขยับ เขารู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าวิ่งวุ่นวายไปเสียทั้งร่าง ความเสียวซ่านที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนในชีวิตถูกจุดขึ้นในส่วนลึกของร่างกาย ยิ่งปลายนิ้วขยับไล้เข้าลึกกับผนังอ่อนนุ่ม แจจุงยิ่งอยากจะกรีดร้องออกมาดังๆเสียให้ได้ สองนิ้วสอดไล้ขยับขยายช่องทางได้สักพักจนร่างบางดูลดความทรมานลง สะโพกบางไม่บิดเร่าด้วยความเจ็บปวดหากแต่ดูผ่อนคลายมากขึ้น ยุนโฮกดจูบไปทั่วใบหน้าหวานคล้ายปลอบประโลม ...แต่เมื่อปลายนิ้วสัมผัสเข้ากับจุดๆหนึ่งภายในช่องทาง ร่างบางก็ผวาเฮือกเกาะขยุ้มแขนเขาเอาไว้แน่น เสียงครางหวีดสั้นขาดห้วงถูกส่งออกมาคล้ายคนหายใจไม่ทัน

“อ๊ะ! ตรงนั้น”

“ตรงนี้เหรอ?”

“ใช่ อ๊ะ!”

“ดีขนาดนั้นเลย? สะโพกนายเริ่มส่ายแล้วนะ” ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัวทำให้แจจุงเริ่มรู้สึกว่าสะโพกของเขาไหวน้อยๆทุกครั้งที่นิ้วแกร่งทั้งสองขยับเข้าออกภายในร่างเขา

“ไอ้บ้า! ฉันอายเป็นนะ เอานิ้วออกได้แล้ว” แจจุงแหวแก้อาย พยายามดันแขนแกร่งให้เอาสองนิ้วที่สอดคาอยู่ในร่างออกไป ยุนโฮขืนแรงเอาไว้ในตอนแรกก่อนจะยอมถอดถอนนิ้วออกไปแต่โดยดี ความรู้สึกหวิวโหวงเข้ามาแทนที่จนร่างบอบบางกระตุกวูบ ยุนโฮคลี่ยิ้มอ่อนโยนกับปฏิกิริยาที่ได้เห็น มือแกร่งเลื่อนลงไปไปที่ขอบกางเกงก่อนจะปลดออกให้ส่วนรุมร้อนที่แข็งขึงรออยู่นานแล้วออกมาด้านนอก แจจุงรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างระไล้อยู่ที่ต้นขาด้านใน บางอย่างที่รุมร้อนพอๆกันกับเขา และดูท่าทางจะรอคอยอยู่นานแล้ว

“...พร้อมนะ” ดวงตาฉ่ำหวานปรือปรอยมองหน้าเพื่อนรัก สีหน้ายุนโฮเจือความเป็นห่วงอยู่ไม่น้อย ดูเหมือนไม่แน่ใจที่จะทำจนถึงขั้นสุดท้าย ...เขาเองก็ไม่แน่ใจเช่นกัน หากแต่ทุกอย่างมันได้เริ่มมาตั้งแต่ต้นแล้ว ถ้ายึดในส่วนของแรงอารมณ์เป็นหลัก เขาควรจะให้การทดลองนี้จบสิ้นลุล่วงไปเสียที ...แจจุงพยักหน้าช้า พลางใช้ศอกยันร่างกายท่อนบนขึ้นมองภาพตรงหน้าด้วยอารมณ์ปะทุรุนแรง ...ภาพที่มือข้างหนึ่งของยุนโฮประคองขาของเขาไว้ข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างหนึ่งก็จับประคองอยู่ที่ส่วนหน้าของตนเอง ...ส่วนที่แจจุงเคยนึกจินตนาการเอาไว้แตกต่างจากความเป็นจริงลิบลับ ตากลมโตกลอกหลบพลางเสหน้าหนีเหมือนเดิม ก่อนจะเอ่ยถามน้ำเสียงสั่นพร่าเล็กน้อยด้วยความกลัว ...แหงสิฟะ ใครไม่กลัวมั่งล่ะ ก็มันออกจะ...ปานนั้น...

“มันจะเข้าไปได้จริงหรือเปล่า?”

“ถ้าลื่นขนาดนี้แล้วมันก็น่าจะได้” ไม่พูดเปล่าพลางเลื่อนมือเข้ากอบกุมส่วนกลางลำตัวแล้วลูบไล้แผ่วๆให้เผื่อแผ่ไปถึงช่องทางส่วนล่างที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำเหนียว ยุนโฮเห็นสีหน้าแจจุงไม่ค่อยดีจึงกดปลายจมูกเข้าไปที่ข้างขมับเบาๆ เลาะเล็มริมฝีปากและปลายลิ้นที่ใบหูนุ่มนิ่ม รอจนคิดว่าน่าจะพร้อมแล้วจึงจับแยกเรียวขาขาวทั้งสองข้างให้อ้ากว้างมากกว่าเดิม ถามย้ำให้แน่ใจว่าเจ้าของร่างบอบบางนี้เตรียมใจพร้อมแล้วจริงๆ

“นายโอเคไหม?”

“อืม...”

“ฉันเข้าไปนะ” ส่วนปลายที่ชุ่มแฉะเล็กน้อยขยับจ่ออยู่ตรงปากทาง ก่อนจะค่อยๆกดแทรกเข้ามาช้าๆอย่างพยายามอย่างที่สุด อาการต่อต้านด้วยการบีบรัดรุนแรงกับสะโพกบางที่กระถดหนีเล็กน้อยทำให้ยุนโฮต้องเลื่อนมือมาบีบขยำเนินเนื้อสะโพกเสียจนเป็นรอยจ้ำแดง แนบร่างกายลงมาให้ชิดกับร่างบอบบางอีกนิดเพื่อที่จะกดแทรกเข้าไปให้ได้มากขึ้น ลมหายใจทั้งคู่ติดขัดขาดห้วง สัมผัสที่ทำให้สมองและสายตาพร่าเลือน มือขาวบางจิกแน่นอยู่กับผ้าปูที่นอนราวกับจะฉีกทึ้ง ยุนโฮกลั้นใจกดแทรกเข้าไปทีเดียวครึ่งทาง

“อ๊า! เจ็บ!” แจจุงหวีดร้องลั่น กำปั้นน้อยๆทุบรัวลงไปที่หลังของร่างด้านบนให้กระอัก ยุนโฮละมือข้างหนึ่งมาล็อกข้อมือบางเอาไว้ให้หยุดอาวะวาด ก่อนจะถอยออกมาตั้งหลักเล็กน้อยแล้วค่อยๆแทรกกายเข้าไปใหม่อย่างช้าๆเอาใจคนขี้โวยวาย

“โอเคๆ ค่อยๆนะ”

“อื้อ เจ็บนะไอ้บ้า โอ๊ย...”

“เอาออกไหม?”

“ไม่ต้อง! …อ๊า!” ยุนโฮนึกหมั่นไส้เสียงหวีดสูงที่แหวอยู่ข้างหูเขาจึงกดกายกระแทกเข้าพรวดเดียวจนสุด ซึ่งไม่ต้องนึกถึงผลที่ตามมาเลย แจจุงแทบจะร้องกรี๊ดออกมาซึ่งอาจจะทำให้เซลล์หูเขาตายไปเกือบครึ่งเลยก็ว่าได้ เมื่อร่างกายส่วนหน้าเข้าไปอยู่ในช่องทางรุมร้อนที่โอบรัด ยุนโฮรู้สึกเหมือนกับว่าร่างกายของเขากำลังหลอมละลายเสียให้ได้ ความร้อนจากร่างกายเขาและร่างบอบบางด้านใต้ที่โอบรัดเขาเอาไว้ทำให้ยากแก่การควบคุมสติทั้งหมดเอาไว้ได้ ร่างสูงทดลองขยับกายออกเพียงเล็กน้อยก็พบว่ามันช่างยากเย็นเหลือเกินเมื่อช่องทางของแจจุงบีบรัดเขาแน่นขนาดนี้

...ซึ่งอาการทรมานของคนใต้ร่างก็ดูไม่ต่างกันเท่าไหร่ ร่างบอบบางบิดเร่าน้อยๆหวังให้คลายจากอาการอึดอัดที่ดูไม่จบสิ้นหากแกนกายรุมร้อนของเพื่อนยังค้างคาอยู่เช่นนี้ ยุนโฮซึ่งมีอาการอึดอัดไม่ต่างกันเอ่ยถามเสียงสั่นพร่าเนื่องจากไม่สามารถควบคุมไปในทางปกติได้

“แน่นชะมัดเลย …นายเป็นไงบ้าง?”

“อึดอัด อา... ไม่ไหวแล้วสิ”

“ให้ฉันออกไปไหม?”

“ไม่ๆ ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น” ร่างบางส่ายหน้ารัว “ที่ว่าไม่ไหว มันหมายถึง... อา ฉันจะคลั่งแล้วยุนโฮ มัน...” ...อาการที่บอกว่าจะคลั่งของแจจุงคงหมายถึงน้ำตาจำนวนมากที่คลอปริ่มแล้วหยาดไหลลงมาบริเวณหางตา และอาจรวมถึงปลายเท้าที่จิกเกร็ง เรือนร่างที่บิดเร่า และการตอดรัดของช่องทางที่ยังคงไม่คลายความคับแน่นลงไป อีกทั้งแกนกายสีหวานที่ยุนโฮไม่ได้สังเกตสังกาในตอนแรกที่ตอนนี้มันกำลังสั่นระริกและชื้นแฉะไปด้วยหยาดน้ำ

...ยุนโฮไม่เคยเห็นแจจุงในภาพนี้มาก่อน ถึงจะเคยจินตนาการเอาไว้ในฟิคชั่น แต่มันก็ออกจะแตกต่างไปจากนี้สักหน่อย เสียงครางเหมือนอึดอัดทรมานระคนซ่านเสียวดังเครืออยู่ในลำคอ ทำให้ร่างสูงต้องโน้มร่างไปแนบชิดอีกครั้งเพื่อที่จะได้ยินมันให้ชัดเจน แจจุงดูอึดอัดมากเมื่อส่วนแข็งตึงของเขาคาอยู่ในร่าง เรือนกายบอบบางเกร็งสั่นน้อยๆ เขาเองก็ไม่รู้จะบรรยายความรู้สึกตัวเองออกมาอย่างไรให้เท่ากับภาพที่กำลังจ้องมองอยู่นี้ สองมือแกร่งลูบไล้พลางบีบคลึงไปทั่วส่วนต่างๆของร่างกายหวังให้ร่างบางคลายจากอาการเกร็งสั่น กดริมฝีปากจูบหน้าผากชื้นเหงื่อ ริมฝีปากอิ่มเรื่อ แล้ววกขึ้นมาที่ปลายจมูก เอ่ยเสียงแผ่วเบาราวกับกระซิบ

“ฉันขยับได้ไหม? ปล่อยเอาไว้แบบนี้มันอึดอัด”

“อะ... อื้อ...” ยุนโฮคลี่ยิ้มบางเบา ก่อนจะขยับกายตั้งหลักเพียงเล็กน้อยก่อน เพียงเท่านั้นแจจุงก็ครางอือ เมื่อแน่ในว่าพร้อมกันจริงๆแล้วในคราวนี้จึงขยับสะโพกส่งกายเข้าหาเต็มแรง จากช้าๆเนิบนาบไต่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆจนถึงถี่เร็วโดยคงความแรงเอาไว้ มือแกร่งกดขยุ้มเนินเนื้อนุ่มเป็นที่ระบายยามส่งอารมณ์ที่ปะทุขึ้นในร่างผ่านไปยังคนที่นอนรองรับ เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นตามหน้าผากและขมับ ไหลผ่านมายังปลายคาง ก่อนหยดลงบนร่างด้านใต้ที่ไหวคลอนไปตามแรง เสียงครางต่ำลึกในลำคอถูกกลบด้วยเสียงครางหวีดร้องแหลมสูงของอีกคนที่บิดเอวเร่า ราวกับกำลังถูกความร้อนทั้งหมดทั้งมวลจากร่างเขาแผดเผาอยู่เด่ยวนั้น

“อา มัน... ร้อน”

“แต่ของนายมันแน่น อา…” ยุนโฮพยายามควบคุมตนเองให้ขยับกายช้าลงทว่ากดลึก บั้นเอวหนากระแทกเข้าใส่ร่างบอบบางอย่างไม่ปราณี โน้มกายลงชิดพร้อมๆกับเลื่อนมือขึ้นโอบกอดร่างด้านใต้เอาไว้ทั้งตัว ในขณะที่ยังไม่หยุดขยับกายเข้าหา แต่แล้วแจจุงก็หวีดออกมาสั้นๆที่ทำให้เขาแปลกใจไม่น้อย

“อ๊ะ!”

“อะ... อะไร..?”

“อืออออ ไม่รู้...” เหมือนยิ่งขยับกายถี่ซ้ำจุดเดิมเท่าไหร่ เรือนกายบอบบางก็ยิ่งบิดเร่าพลางหวีดครางออกมาสั้นๆ แขนขาที่ดูสะเปะสะปะผวาขึ้นกอดรัดร่างหนาๆของยุนโฮเอาไว้แน่น ใบหน้าขาวใสที่เวลานี้เรื่องแดงไปหมดสะบัดเร่า ลำคอขาวเผยต่อสายตาเมื่อเจ้าตัวแหงนเงยใบหน้าขึ้น ไม่ต้องใช้ความคิดอะไรให้มากมายเมื่อร่างกายเป็นคนสั่งทั้งสิ้น ลิ้นร้อนบวกกับฟันคมทั้งขบกัดและดูดเลียให้ลำคอขาวผ่องเรื่อแดงเป็นจ้ำๆแทนการหอบครางระบายอารมณ์

ประสาทสัมผัสทั้งหมดถูกเปิด สติสัมปชัญญะทั้งหมดก็ล่องลอยหายไป นาทีที่ไม่อาจแยกความถูกผิดหรือดีไม่ดีออกจากกันได้ จุดหมายของทั้งสองหวังเพียงแค่การสิ้นสุดของอารมณ์บทสรุปของการทดลอง ยุนโฮกดกระทั้นกายลงไปหนักแน่น แน่นอนว่าแจจุงเองก็ส่งกลับไปด้วยการโอบรัดอย่างรุนแรงเช่นกัน แม้ว่าร่างบอบบางจะดิ้นทุรนทุรายด้วยความเสียวซ่านอย่างที่สุดภายในอ้อมกอดของวงแขนแกร่งเพียงใด ยุนโฮก็ไม่ได้ลดแรงที่ส่งกายเข้าไปเพิ่มความร้อนที่ปะทุแผดเผาอยู่ในร่างแม้สักนิด ยิ่งร่างด้านบนขยับถี่ เสียงครางจากร่างด้านใต้ก็ยิ่งถี่กระชั้น แรงบีบจากร่างกายเบื้องล่างบอกให้ยุนโฮรู้ถึงจุดหมายที่ใกล้เข้ามาทุกทีๆ

“อึก...ฉันไม่ไหวแล้วแจจุง”

“อ๊ะ...! ฉันก็ไม่ไหวแล้ว มัน…”

“ฮะ! อึก... อา...!”

“อ๊า!” ร่างสูงปลดปล่อยเสียงครางยาวออกมาพร้อมกับความรู้สึกอุ่นวาบในช่องท้อง ของเหลวร้อนขุ่นฉีดพุ่งเข้าไปยังช่องทางเบื้อล่างที่รองรับ ทะลักไหลออกมาเปรอะเปื้อนเมื่อยุนโฮยังไม่หยุดขยับกายเข้าออก ส่งผลให้คราบน้ำขุ่นถูกปลดปล่อยออกมาเปรอะหน้าท้องแบนราบ ร่างบอบบางกระตุกน้อยๆก่อนจะค่อยๆหยุดลงเมื่อถึงที่สุดแห่งอารมณ์แล้วทั้งคู่ เสียงหอบหายใจสะท้อนก้องไปทั่วทั้งห้อง ทั้งยุนโฮและแจจุงต่างก็ลืมไปแล้วว่ากำลังอยู่ในห้องชุดทงบังชินกิที่สมาชิกที่เหลือจะกลับเข้ามาอีกเมื่อไหร่ก็ได้ ร่างด้านบนที่ยังคร่อมทับอยู่ไม่ขยับไปไหนหันหน้าไปมองประตูช้าๆ ก่อนหันกลับมามองสบกับเจ้าของดวงตากลมโตที่มีน้ำใสๆคลอหน่วยที่มองมาอยู่ก่อนแล้ว

“....แฮ่ก... นาย... นายเสร็จก่อนฉัน”

“...แล้วไง…?”

“อย่างนี้มันก็ไม่เหมือนสิ” ทั้งที่ตอนนี้กว่าจะเปล่งออกมาได้แต่ละคำก็ลำบากแล้วเจ้าตัวก็ยังอุตส่าห์หาเรื่องงอแง ยุนโฮขยี้ผมนุ่มๆที่ยุ่งเหยิงอยู่แล้วของแจจุงให้ยิ่งยุ่งเหยิงหนักเข้าไปอีก

“เหมือนจะตาย” แจจุงเบ้หน้าหลังได้เห็นยิ้มยียวนของยุนโฮ ร่างบางพยายามดันกายลุกขึ้นนั่งพลางใช้ศอกแหลมๆดันร่างใหญ่ๆของยุนโฮที่คร่อมทับให้ลุกออกไปเสียที

“เอาออกสิ ฉันจะดู”

“ได้”

“อ๊า!” …แน่นอนว่าหลังจากได้ยินคำสั่ง ยุนโฮก็ถอยออกในทันที ทำให้แกนกายที่ยังค้างคาอยู่ในร่างถอยออกมาโดยที่แจจุงยังไม่ทันได้ตั้งตัว ร่างบางสะดุ้งเฮือกแล้วหันไปฟาดมือหนักๆลงบนหลังยุนโฮทันที

“อะไรอีก?!”

“ไอ้บ้า! ใครให้นายเอามันออกพรวดเดียวแบบนั้นฟะ?!” ...ก็มันเจ็บน่ะเซ่!!!... แจจุงมองค้อนเข้าให้ก่อนจะก้มลงมองสภาพตัวเองที่เปรอะไปหมดทั้งตัวโดยเฉพาะซอกขา เห็นแล้วก็หน้าแดงวาบขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ก่อนจะเสหน้าหลบไปทางอื่นแทนอย่างเคย

ยุนโฮมองปฏิกิริยาของร่างบางยิ้มๆก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วจัดการแต่งตัวให้เรียบร้อย หยิบเสื้อผ้าที่โยนทิ้งโยนขว้างไปแถวๆนั้นกลับคืนมาให้แจจุงสวมใส่กลับไปอย่างเดิม ริมฝีปากที่ยังคงยกยิ้มอยู่อย่างนั้นขยับถามร่างบางถึงข้อสงสัยที่มีก่อนการทดลองที่ในเวลานี้น่าจะได้ข้อสรุปแล้ว

“รู้สึกยังไง?”

“เหมือนมีอะไรสักอย่างคาอยู่ในตัว” แจจุงรับเสื้อผ้ามาถือไว้ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับเพื่อตัวโตที่มองมาอยู่ก่อนแล้ว มองเพื่อนอยู่อย่างนั้นสักพักก่อนที่จะถามขึ้นมาบ้าง “ฉันครางเป็นยังไง?”

“ก็คราง... ครางได้ยั่วดี” ยุนโฮยิ้มยิงฟันเสียจนคนมองรู้สึกหมั่นไส้ไม่ได้ แจจุงคว้าหมอนแถวๆนั้นได้ก็ขว้างใส่ร่างสูงทันที อาการอาวะวาดแก้อายแก้เขินอย่างนี้ทำให้ยุนโฮหัวเราะร่วน นึกขำหน้าแดงๆของคนต้นเรื่องอย่างที่สุด

“แล้วทีนี้รู้หรือยังว่ามันเป็นยังไง?”

“อืม มันเข้าได้จริงๆด้วย ...งั้นดีล่ะ” หลังจากแจจุงตอบแล้วหยุดขว้างหมอน เจ้าตัวก็คว้าเอากางเกงชั้นนอกและชั้นในมาใส่อย่างลวกๆก่อนจะเดินเปลือยท่อนบนไปที่ประตู ทิ้งให้ยุนโฮมองตามร่างบางงงๆ

“อะไร?” ใบหน้าหวานสวยของเพื่อนรักนามว่ายองอุงแจจุงหรือคิมแจจุงที่หันกลับมานั้นทำให้ยุนโฮรู้สึกถึงลางร้ายที่จะเกิดขึ้นมาได้เบาบาง ...อย่างน้อยๆก็ในนาทีถัดไปที่ริมฝีปากอิ่มสวยคู่นั้นขยับตอบนั่นแหล่ะ

.

.

.

“เรามาทำตามฟิคชั่นกันทีละเรื่องเลยดีกว่า ฉันยังอยากรู้อีกตั้งหลายเรื่องแน่ะ”

“???????????????!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

END